วันศุกร์ที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2557

ท่องแดนศักดิ์สิทธิ์ อิสราเอล(ตอนจบ)

a69djk89d8hdhkchhcbb6ประวัติของป้อมมาซาดาที่เป็นที่จดจำในหมู่นักประวัติศาสตร์และผู้ศึกษา ประวัติศาตร์ประการหนึ่งคือ การสังหารหมู่ของกบฏซิคารี ทั้ง 960 คน ระหว่างการกบฏครั้งใหญ่ของชาวยิว (The Great Revolt) เมื่อ ค.ศ. 66 ที่ใช้วิธีการจับสลากกันในกลุ่มของชายนักรบว่าผู้ใดจะเป็นผู้ลงดาบสังหาร เพื่อน เพื่อหลีกเลี่ยงการต้องคมดาบของทหารโรมันที่กำลังรุกคืบเข้ามายังป้อมมาซาดา


                 กลุ่มกบฏซิคารีเป็นชาวยิวที่รวมใจกันต่อต้านอาณาจักรโรมันที่รุกรานเข้ายึด พื้นที่ถิ่นฐานของชาวยิวจนเมื่อมีการสร้างป้อมมาซาดา เพื่อใช้สังเกตการณ์การรุกรานของกองทัพโรมันที่ใช้ทะเลเดดซีเป็นเส้นทางผ่าน ชาวยิวกลุ่มนี้เป็นกลุ่มสุดท้ายที่ยังอยู่รอด และใช้อาวุธทุกอย่างที่ขนขึ้นมาจากตีนเขา ทั้งหินก้อนกลมขนาดใหญ่เล็ก ถังบรรจุน้ำมันติดไฟ อาวุธยิงทั้งหลายไปหมดแล้ว แต่กองทัพทหารโรมันยังคงดาหน้าบุกขึ้นมา นักรบกลุ่มสุดท้ายที่ยังเหลืออยู่จึงตัดสินใจตายพร้อมกัน


                 ชายทุกคนจะเขียนชื่อลงบนแผ่นดินเผาเล็กๆ นำมาใส่ไว้ในภาชนะ ใครที่จับชื่อเพื่อนได้ ก็ต้องทำหน้าที่เพชฌฆาตสังหารเพื่อนให้สิ้นชีพ พ้นภัยจากทหารโรมัน และทำเช่นนี้จนเหลือคนสุดท้ายที่ไม่สามารถสังหารตนเองได้ เนื่องจากผิดหลักศาสนา ที่ต้องเผชิญชะตากรรมที่แสนโหดร้ายจากเงื้อมมือของทหารฝ่ายศัตรู


                 ประวัติเหล่านี้ได้รับการบันทึกและเก็บหลักฐานไว้ในพิพิธภัณฑ์ป้อมมาซาดา ที่ตั้งอยู่บนตีนเขา ทางขึ้น-ลงเคเบิลคาร์ เมื่อนักท่องเที่ยวขึ้นไปสัมผัสบรรยากาศของจริงบนป้อมที่อยู่สูงกว่าระดับ น้ำทะเลราว 400 เมตรแล้ว ก็สามารถมาเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับวัตถุโบราณ สภาพความเป็นอยู่และประวัติศาสตร์ของป้อมแห่งนี้ได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย


                 ต่อจากนั้นชาวคณะก็กลับมายังตัวเมืองเยรูซาเลมเพื่อพักผ่อน อย่างที่เล่าไปแล้วว่าอากาศในนครเยรูซาเลมนั้นเย็นสบาย เย็นกว่ากรุงเทลอาวีฟอย่างเห็นได้ชัด ที่นี่จึงน่าเดินเที่ยวมากกว่ากันสักหน่อย อีกทั้งตัวเมืองยังแบ่งออกเป็น 2 โซน เมืองใหม่ กับเมืองเก่า แต่ทั้งสองแห่งก็ยังมีอารมณ์และกลิ่นอายของเมืองโบราณร่วมกันอย่างกลมกลืน


                 นอกจากนั้นบริเวณใจกลางเมืองช่วงที่ชาวคณะเดินทางไปนั้นยังมีเทศกาลแสงไฟ ที่จัดขึ้นในบริเวณสนามกีฬาโบราณกล้องcctv บรรยากาศคล้ายงานวัดผสมกับตลาดนัดในบ้านเรา มีสินค้าหลากหลายมาขายและมีการแสดงของศิลปินข้างถนนอยู่เป็นแห่งๆ มีการประดับประดาไฟทั่วพื้นที่สนามกีฬา ราวกับจำลองท้องฟ้าลงมาบนดิน เห็นหนุ่มสาว ครอบครัวทั้งชาวอิสราเอล ชาวปาเลสไตน์ และตะวันออกกลางที่นับถือศาสนาแตกต่างกัน พากันเดินชม ชิม ช็อปกันอย่างกลมเกลียว ไม่มีแบ่งแยกศาสนา แม้ว่าในช่วงสิงหาคมที่ผ่านมานั้น บรรยากาศโดยรอบจะระอุไปด้วยไฟแห่งการปะทะระหว่างกลุ่มก่อการร้ายฮามาส ที่ใช้ดินแดนฉนวนกาซาเป็นที่มั่น กับกองทัพอิสราเอล ที่ทำหน้าที่ปกปักรักษาดินแดนและชีวิตของประชากรชาวยิว ราวกับจงอางหวงไข่


                 เช้าวันถัดมาหลังจากดื่มด่ำกับการแสดงแสงสีเสียงที่หอคอยแห่งดาวิด และเทศกาลแสงไฟ ในใจกลางนครเยรูซาเลมแล้ว ชาวคณะก็ต้องออกเดินทางอีกราว 30 กิโลเมตรไปยังสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศที่ กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของอิสราเอลอีกแห่งหนึ่ง นั่นคือ สวนบาไฮ (Bahai Garden) ในเมืองท่าไฮฟา ของอิสราเอล ที่มีทั้งประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจ และเป็นสัญลักษณ์สำคัญของความผสมผสานของศาสนาที่มาอยู่ร่วมกันได้อย่างสงบใน ที่แห่งนี้


                 สวนบาไฮถือกำเนิดเกิดขึ้นเมื่อกว่า 500 ปีที่แล้ว มีพื้นที่ขนาดใหญ่ครอบคลุมเนินเขาคาเมล หรือเขาอูฐ แห่งไฮฟา ด้านที่หันหน้าเข้าหาทะเลเมดิเตอร์เรเนียน เป็นหนึ่งสวนสวยใน "บาไฮเวิลด์เซ็นเตอร์" (Bahai World Centre) สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของศาสนาบาไฮในเมืองไฮฟา ประกอบไปด้วยอาคาร 26 หลัง อนุสาวรีย์อีก 11 แห่ง รวมทั้ง "วิหารแห่งบาฮาอุลลาห์" (Shrine of Baha'u'llah) ในอาเครอ (Acre) และ "วิหารแห่งบับ" (Shrine of Bab) ในไฮฟา


                 ทั้งยังมีสวนสวยประดับด้วยต้นไม้หลากสีสันและรูปทรง ที่ได้รับการดูแลเป็นอย่างดี พื้นที่นี้เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมเป็นรอบๆ โดยมีไกด์ในแต่ละภาษาเป็นผู้นำชมเพื่อความลึกซึ้งแห่งสัมผัสของสถานที่ ศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้


                 บาไฮ เวิลด์ เซ็นเตอร์ ไม่ได้อยู่ภายใต้การดูแลของรัฐบาลอิสราเอล แต่อยู่ภายใต้การดูแลของสหประชาชาติ ที่ส่งเจ้าหน้าที่และงบประมาณมาสนับสนุนการอนุรักษ์สวนสวยที่ยิ่งใหญ่ ถ้าจะเปรียบก็น่าจะเทียบกับสวนลอยแห่งบาบิโลนในยุคโบราณก็ว่าได้


                 ทริปท่องเที่ยวอิสราเอลของชาวคณะจากไทยแลนด์แดนสยามตามที่ได้รับเชิญ จากกระทรวงการต่างประเทศอิสราเอล ก็เอวังด้วยบรรยากาศแห่งความปีติที่ได้ชมเมืองมรดกโลกที่ล้ำค่า ดินแดนแห่งประวัติศาสตร์ ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ทางศาสนา และดินแดนที่ประวัติศาสตร์หน้าใหม่ยังคงถูกเขียนขึ้นทุกวัน ดินแดนที่เรียกว่า "อิสราเอล"

แหล่งที่มา :  คมชัดลึก

Source: ท่องแดนศักดิ์สิทธิ์ อิสราเอล(ตอนจบ)

วันพฤหัสบดีที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2557

จ่อฟ้องเอาผิดพ่อแม่ นศ.อุเทน

EyWwB5WU57MYnKOuFHRWWOvNV4T0HTPcodf1vQsXX0Dgc9ebCE6e5wคดีฆ่าเทคโนกรุงเทพ ให้เป็นกรณีตัวอย่าง ‘ประยุทธ์’ขู่ลั่นปิดร.ร.

นำ 6 นักศึกษาอุเทนถวาย ใจเหี้ยมแถลงข่าวคดีไล่ฆ่าอุกอาจ 3 ศพ สางแค้นให้เพื่อนสาว สารภาพระบายความอัดอั้น เป็นฝ่ายถูกกระทำมาตลอด ทว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม รับติดตั้งกล้องcctv โยนผิดตำรวจหากจับได้เร็วกว่านี้เหตุการณ์อาจไม่ได้เป็นอย่างนี้ ขณะที่พ่อเหยื่อสุดแค้นเสียลูกชายคนเดียว จ่อฟ้องเอาผิดผู้ปกครองเป็นกรณีตัวอย่างด้วย “บิ๊กตู่” คำรามลั่น ต่อไปนี้หากตีกันโรงเรียนไหน ปิดโรงเรียนนั้นทันที ส่วนเลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษาเรียกผู้บริหาร 2 สถาบันดังถกเครียด วางมาตรการลดความร้อนระอุที่ยืดเยื้อมายาวนานศึกสถาบันช่างกลกลางกรุงที่ยืดเยื้อกันมานานนับสิบปี สังเวยเหยื่อผู้บริสุทธิ์ที่ถูกไล่ฆ่าอย่างโหดเหี้ยมหลายศพ แต่อุณหภูมิร้อนระอุของความบาดหมางกลับไม่มีทีท่าลดลง ล่าสุดมือปืนประกบยิงนายพลวัต จันทร์วิเศษ อายุ 21 ปี นักศึกษาชั้นปี 1 สถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน เสียชีวิตพร้อมนายชิษณุพงศ์ ศรีคชา อายุ 18 ปี เพื่อนร่วมสถาบัน ตายกลางถนนเทอดดำริ แขวงและเขตบางซื่อ กทม. เมื่อวันที่ 12 ก.ย. ก่อนที่ตำรวจสืบสวนนครบาลจะแกะรอยรวบทีมสังหารเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัย เทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก วิทยาเขตอุเทนถวาย คู่แค้นต่างสถาบันถึง 6 คน ยอมรับสารภาพตระเวนเด็ดหัวเหยื่อเพื่อสางแค้นแทนเพื่อนสาวที่ถูกยิงตาย

ที่ บช.น. เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 17 ก.ย. พล.ต.ต.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รอง ผบช.สยศ.ตร. รรท.ผบก.สส.บช.น. พ.ต.อ.เจริญ ศรีศศลักษณ์ รอง ผบก.น.2 พ.ต.อ.ฤชากร จรเจวุฒิ รอง ผบก.น.6 พ.ต.อ.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผกก.สส.3 บก.สส.บช.น. พ.ต.อ.อรรถพร สุริยเลิศ ผกก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สส.บช.น. พ.ต.อ.ณรงฤทธิ์ พรหมสวัสดิ์ ผกก.สน.หัวหมาก นำผู้ต้องหาทั้ง 6 คน ไปแถลงข่าว ประกอบด้วย นายกบินทร์ หรือเอฟ หรือบินทร์ จิโรจน์มนตรี อายุ 20 ปี มือปืน นายปัญญา หรือโต้ง เขมวัชรเลิศ อายุ 20 ปี คนขี่รถ จยย. นายอรรถพล หรือต้น ยี่แม่นยิง อายุ 20 ปี คนชี้เป้า นายจิรายุทธ หรือไอซ์ สุวรรณโชติ อายุ 20 ปี คนชี้เป้า นายจิตรดิลก หรือเน็ต อุ้มชู อายุ 21 ปี หน้าที่ดูเหยื่อว่าเสียชีวิตหรือไม่ และนายณัฐกร หรือณัฐ กรรมแต่ง อายุ 23 ปี คนวางแผนและจัดหาอาวุธปืน ล้วนแล้วแต่เป็นนักศึกษาคณะวิศวกรรมก่อสร้างโยธา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก วิทยาเขตอุเทนถวาย

สอบสวนทั้งหมดรับว่ามูลเหตุจูงใจเป็นกระทำการเพื่อล้างแค้นให้ น.ส.กันต์กนิษฐ์ พรหมแก้ว อายุ 20 ปี นักศึกษาชั้นปี 2 คณะวิศวกรรมศาสตร์และสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก วิทยาเขตอุเทนถวาย ที่ถูกคนร้ายไม่ทราบจำนวนขี่รถ จยย. ใช้ปืนกราดยิงเสียชีวิตตรงป้ายรถโดยสารหน้าโอสถศาลา คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ตรงข้ามห้างมาบุญครอง ถนนพญาไท เขตปทุมวัน กทม. เมื่อวันที่ 26 ส.ค.57 จึงตระเวนออกล่าอริต่างสถาบัน เริ่มต้นยิงนายพชร กัมพลาศิริ อายุ 20 ปี นักศึกษาปี 1 คณะวิศวกรรมศาสตร์ช่างกล มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพเสียชีวิตในซอยรามคำแหง 107 แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กทม. เพราะเข้าใจผิดคิดว่าเรียนอยู่สถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน ต่อมาร่วมกันยิงนายพลวัต จันทร์วิเศษ อายุ 21 ปี และนายชิษณุพงศ์ ศรีคชา อายุ 18 ปี นักศึกษาชั้นปี 1 สถาบันเทคโนโลยีปทุมวันเสียชีวิตทั้งคู่ บริเวณถนนเทอดดำริ ตรงข้ามสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินบางซื่อ ท้องที่ สน.เตาปูนนายกบินทร์ หรือเอฟ จิโรจน์มนตรี มือปืน ระบายความในใจว่า ไม่อยากให้เหตุการณ์นี้เกิดขึ้น แต่พวกตนเป็นฝ่ายที่ถูกกระทำมาโดยตลอด ข่าวบางข่าวก็ไม่ได้ถูกตีแผ่ออกมาอย่างชัดเจน เพื่อนตนเสียชีวิตก็ไม่ได้รับความเป็นธรรมเท่าที่ควร น.ส. กันต์กนิษฐ์ไม่ใช่คนเลวร้าย มิหนำซ้ำเป็นผู้หญิงด้วย ปัจจุบันคนร้ายยังลอยนวลอยู่ในสังคม นอกจากนี้ยังมีหลายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับเพื่อนและพี่น้องไม่มีคดีไหนที่ จับคนร้ายได้สักราย อยากจะขอฝากตรงจุดนี้ ตนเป็นแค่คนธรรมดาคนหนึ่งที่ทำเท่าที่จะทำได้ อยากให้ทุกคนรับรู้ความรู้สึกของพวกตนบ้าง ถ้าจับคนร้ายไวกว่านี้เหตุการณ์อาจจะไม่เป็นอย่างนี้ก็ได้

ต่อมาเวลา 14.30 น. พ.ต.อ.ณรงค์ฤทธิ์ พรหมสวัสดิ์ ผกก.สน.หัวหมาก คุมตัวนายกบินทร์ หรือเอฟ จิโรจน์มนตรี นายปัญญา หรือโต้ง เขมวัชรเลิศ และนายอรรถพล หรือต้น ยี่แม่นยิง ผู้ต้องหาที่ร่วมกันยิงนายพชร กัมพลาศิริ อายุ 21 ปี นักศึกษาปี 1 คณะวิศวกรรมศาสตร์ช่างกล มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพเสียชีวิต ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพทั้งหมด 10 จุด ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที ตั้งแต่ปากซอยรามคำแหง 103 ที่นัดหมายก่อนลงมือสังหารเหยื่อ ซอยรามคำแหง 107 หรือซอยวัดศรีบุญเรือง รวมถึงเส้นทางหลบหนีไปยังบ้านของนายกบินทร์ย่านรามอินทรา ท่ามกลางประชาชนให้ความสนใจเป็นจำนวนมาก รวมถึงญาติและเพื่อนร่วมสถาบันของผู้ตายจนตำรวจต้องดูแลรักษาความปลอดภัย อย่างเข้มงวดนายกำพล กัมพลาศิริ อายุ 50 ปี พ่อของเหยื่อนักศึกษาใจเหี้ยมเผยว่า รู้สึกเสียใจ และโกรธแค้นมาก ถ้าเป็นไปได้อยากทำร้ายผู้ต้องหาเสียตอนนี้เลยเพื่อชดใช้ให้ลูกชายเพียงคน เดียว ส่วนตัวแล้ว ไม่เชื่อว่าผู้ต้องหาอ้างว่าเป็นการยิงผิดตัว และขอให้การเสียชีวิตของลูกตนเป็นกรณีเริ่มต้นการแก้ปัญหานักเรียนตีกัน อย่างจริงจัง พร้อมทั้งวอนให้ผู้ปกครองดูแลลูกหลานของตัวเองให้ดี สอดส่องดูแล ไม่ใช่ปล่อยปละละเลย แค่เพียงส่งลูกหลานไปเรียน นอก จากนี้ ตนยังจะปรึกษาทนายความเพื่อเรียกร้องทางแพ่ง เอาผิดกับทางผู้ปกครองของผู้ต้องหาเป็นกรณีตัวอย่างให้ผู้ปกครองผู้ต้องหา รับรู้ว่า ถ้าดูแลบุตรหลานไม่ดี ก่อให้เกิดความสูญเสียกับครอบครัวคนอื่นจะเป็นอย่างไร

หลังจากนั้น พ.ต.อ.เจริญ ศรีศศลักษณ์ รอง ผบก.น.2 พ.ต.อ.ภัทรภณ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา ผกก. สน.เตาปูน นำนายกบินทร์ จิโรจน์มนตรี และนายปัญญา เขมวัชรเลิศ ไปทำแผนต่อที่จุดประกบยิง 2 นักศึกษาสถาบันเทคโนโลยีปทุมวันบริเวณท้องที่ สน.เตาปูน ใช้เวลาประมาณ 30 นาที ก่อนจะส่งตัว ผู้ต้องหาทั้งหมดให้ สน.หัวหมาก ไปควบคุมขณะที่ พล.ต.ต.ชาญเทพ เสสะเวช รอง ผบช.น.รรท.ผบก.น.6 พ.ต.อ.จารุต ศรุตยาพร ผกก.สน.ปทุมวัน สนธิกำลัง บก.สส.บช.น. กก.สส.บก.น.6 เจ้าหน้าที่กลุ่มงานเก็บกู้และตรวจพิสูจน์วัตถุระเบิด บก.สปพ. สันติบาล และเจ้าหน้าที่ทหารสังกัด พล.ม.2 รอ. เข้าตรวจค้นอาวุธภายในมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก วิทยาเขตอุเทนถวาย ถนนพญาไท แขวงและเขตปทุมวัน กทม. พบสิ่งผิดกฎหมายจำนวนมาก อาทิ มีด อุปกรณ์การเล่นการพนันไฮโล ไพ่ อุปกรณ์เสพยาเสพติดที่ถูกซุกซ่อนอยู่บนฝ้าเพดานห้องน้ำตามตัวอาคาร รวมถึงบ้านพักของภารโรง ควบคุมตัวนักศึกษา 4 ราย ไปยัง สน.ปทุมวัน เพื่อถ่ายรูปทำประวัติไว้ พร้อมทั้งเชิญผู้ปกครองและอาจารย์ฝ่ายปกครองเข้ารับทราบถึงพฤติกรรมก่อน ปล่อยตัวไป ขณะที่กำลังอีกชุดยังเข้าตรวจค้นสถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน ถนนพระราม 1 แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กทม.พบมีดปลายแหลม 3 เล่ม คัตเตอร์ 3 อัน ขวาน 1 ด้าม ประทัดยักษ์ 6 ลูก และกระสุนปืน .22 จำนวน 1 นัด โดยมี รศ.ปัญญา มินยง อธิการบดีให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี

ส่วนที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวระหว่างเป็นประธานประชุมชี้แจงนโยบายรัฐบาลแก่ผู้บริหารระดับสูงตอน หนึ่งว่า เรื่องปัญหาเด็กนักเรียนตีกัน ก็ไม่กลัวกฎอัยการศึกกันสักคนเลย ตนเป็นห่วงเหมือนกัน ประกาศไปเลยว่า ต่อไปนี้ตีกันโรงเรียนไหน ปิดโรงเรียนนั้น ปิดแผนกนั้น ปิดคณะนั้น ฝ่ายไหนตีก่อนสั่งปิดก่อนชั่วคราวจนกว่าจะสอบสวนข้อเท็จจริง ฉะนั้นต้องไปหาวิธีว่าจะทำอย่างไรให้พวกแกนนำพวกรุ่นพี่รุ่นน้องคืนสู่เหย้า พอสักที เลิกกัน ให้อภัยกัน ไม่อย่างนั้น ต้องถูกดำเนินคดีหมด โรงเรียนต้องถูกปิด “วันนี้ถึงประกาศมาตรการไปก็ไม่เกิดผลหรอก ถ้าไม่เอาจริงเอาจัง นอกจากนี้ เรื่องเด็กวัยรุ่นไม่มีงานทำ พวกเด็กแว้น เด็กติดยา ขอทาน ค้าขายสิ่งผิดกฎหมาย เรื่องนี้ต้องแก้ไข” พล.อ.ประยุทธ์กล่าวที่ห้องประชุมชั้น 4 สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา สายวันเดียวกัน นพ.กำจร ตติยกวี เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา เชิญนายปัญญา มินยง อธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน และนายสืบพงษ์ ม่วงชู รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก วิทยาเขตอุเทนถวาย เพื่อหาทางยุติปัญหาการทะเลาะวิวาทระหว่างนักศึกษา 2 สถาบันดังใช้เวลาหารือ 1 ชั่วโมงเศษ นพ.กำจร เผยผลการหารือว่า ได้ให้ทั้ง 2 สถาบันทำบันทึกเหตุการณ์ทุกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นส่งให้สำนักงานคณะกรรมการ การอุดมศึกษาอีกครั้ง ฝ่ายอุเทนถวายรายงานว่า เป็นเพราะศิษย์เก่าที่เป็นรุ่นพี่เข้ามายุยงรุ่นน้องให้ก่อเหตุ ขณะที่สถาบันเทคโนโลยีปทุมวันมีมาตรการที่ชัดเจนว่า ห้ามรุ่นพี่เข้ามาในบริเวณสถาบันโดยเด็ดขาด ทั้งการรับนักศึกษาก็จะไม่รับนักเรียนที่จบจากโรงเรียนที่มีปัญหาทะเลาะ วิวาทเน้นรับนักเรียนจากต่างจังหวัดมากขึ้นก็พบว่าได้ผล เพราะไม่ใช่นักศึกษาที่มาจากสถาบันที่เป็นคู่อริกัน จึงมอบนโยบายให้อุเทนถวายกำหนดมาตรการห้ามบุคคลภายนอกเข้าสถาบันอย่างเด็ด ขาดเช่นกัน

ข่าว:thairath.co.th

Source: จ่อฟ้องเอาผิดพ่อแม่ นศ.อุเทน

วันเสาร์ที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2557

iPhone 6 และ iPhone 6 plus อาจขายในไทยช่วงเดียวกับ iPhone 5c

iphone-6-plus-thaiหนึ่งในความคาดหวังของผู้ใช้สมาร์ตโฟนในไทยบางกลุ่มคือการเป็นหนึ่งในกลุ่มประเทศแรกที่ได้รับสิทธิ์การวางขาย iPhone 6 และ iPhone 6 Plus หลังจากที่ก่อนหน้านี้มีข่าวเรื่องการรองรับมาตรฐาน iPhone รุ่นใหม่ สำหรับวางจำหน่ายในประเทศไทยโดย กสทช.ดังนั้นมีความเป็นไปได้ว่า iPhone 6 และ iPhone 6 Plus อาจเปิดขายในประเทศไทยอย่างเป็นทางการในช่วงเดียวกับ iPhone 5c และ 5s ซึ่งตรงกับวันที่ 25 ตุลาคม ส่วนใครรอถึงช่วงเดือนตุลาคมไม่ไหว จะลองเสี่ยงไปซื้อเครื่องหิ้วมาใช้ก่อน เท่ก่อน ก็ไม่ห้ามครับ แต่ราคาคงจะสูงกว่าปกติมากแน่นอนทันที iPhone 6 และ iPhone 6 Plus เปิดตัว ทาง Apple ก็ได้มีการประกาศกลุ่มประเทศแรกที่เปิดให้มีการพรีออเดอร์ในวันที่ 12 กันยายน และวางขายอย่างเป็นทางการในวันที่ 19 กันยายน ซึ่งใน 9 ประเทศนั้น ไม่มีชื่อของประเทศไทยแต่อย่างใด ขณะที่ล่าสุดได้ลองตรวจสอบกลุ่มประเทศที่ 2 ที่ทาง Apple จะอนุญาตให้เริ่มจำหน่ายอย่างเป็นทางการในวันที่ 26 กันยายน ปรากฎว่ายังไม่พบรายชื่อประเทศไทยอีกเช่นกัน

ข่าว:arip.co.th

 

Source: iPhone 6 และ iPhone 6 plus อาจขายในไทยช่วงเดียวกับ iPhone 5c

วันศุกร์ที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2557

ซี.พี.เเลนด์ รองรับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน อันเนื่องจากนโยบายและแผนงาน

news_img_601910_1

ทั้งไทย พม่า มาเลเซีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ เวียดนาม ลาว กัมพูชา บรูไน เพื่อให้สมาชิกสามารถทำการค้าได้สะดวก รวมถึงเพิ่มขีดความสามารถและอำนาจการต่อรองทางการแข่งขันด้านเศรษฐกิจได้มาก ยิ่งขึ้น ซึ่งประเทศไทยเป็นศูนย์กลางของอาเซียนมีศักยภาพด้านการคมนาคมและการท่อง เที่ยว รวมถึงทางยุทธศาสตร์แล้ว ชายแดนตามภูมิภาคต่างๆล้วนเป็นจุดเชื่อมต่อกับประเทศเพื่อนบ้านทั้งสิ้น จึงปฎิเสธไม่ได้ว่า หากมีการเปิดประชาคมขึ้นแล้ว การหมุนเวียนเข้าออกของเม็ดเงินทางเศรษฐกิจอย่างมหาศาลย่อมเป็นที่น่าสนใจ อย่างแน่นอน

จากศักยภาพดังกล่าว ทำให้ ซี.พี.แลนด์ ที่ดำเนินธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ มานานกว่า 30 ปี ทั้งเพื่อการเช่า การขาย รวมถึงการให้บริการ อาทิ อาคารซี.พี.ทาวเวอร์ 1-3 ที่อยู่กรุงเทพฯบนย่านเศรษฐกิจอย่างสีลม พญาไท พระราม9 ที่บริหารงานโดย บริษัท ซี.พี.แลนด์ จำกัด (มหาชน) นอกจากนี้ยังมีการขยายงานทางด้านโรงแรมในต่างจังหวัดทั้งส่วนของอาคารสำนัก งานและที่อยู่อาศัย เดินหน้ารุกตลาดขยายธุรกิจด้านอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร ทั้งโครงการที่อยู่อาศัย โรงแรม สำนักงานให้เช่า นิคมอุตสาหกรรม รองรับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในส่วนภูมิภาค พร้อมยกระดับคุณภาพชีวิตคนในชุมชนช่วยสร้างงานสร้างอาชีพ พร้อมสร้างวิถีชีวิตระดับคุณภาพสมชื่อซี.พี.แลนด์ที่เป็นผู้นำตลาดอสังหาฯในการบุกเบิกไปยังหัวเมืองใหญ่และต่างจังหวัด

แหล่งที่มา : กรุงเทพธุรกิจ

 

Source: ซี.พี.เเลนด์ รองรับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน อันเนื่องจากนโยบายและแผนงาน

'ปอย'เผยซุ่มดูใจดาราฮ่องกง ไม่ใช่'โจวเหวินฟะ-กู่เทียนเล่อ'

p_1

            “ข่าวต่างๆ ที่เกิดขึ้นปอยรู้สึกเฉยๆ ไม่ได้คิดมาก รู้สึกชินแล้ว สื่อฮ่องกงแซวด้วยเหมือนกัน ที่ผ่านมาตั้งแต่ทำงานที่ฮ่องกง ปอยมีข่าวกับกู่เทียนเล่อ ทางพีอาร์เขาก็จับคู่ปอยกับเขาตลอด ส่วนหนึ่งเพราะว่าในนักแสดงที่เล่นด้วยกัน พี่กู่เทียนเล่อเป็นคนเดียวที่ยังโสด แต่ความสัมพันธ์เราจริงๆ เป็นพี่น้องกัน แถมตอนนี้ปอยมีข่าวกับพี่โจวเหวินฟะ ซึ่งมันตลกมาก เพราะเขามีภรรยาแล้ว ส่วนตัวจริงของปอยคือตอนนี้ปอยยังไม่มีแฟน แต่มีคนพูดคุยกันอยู่ เป็นดาราฮ่องกงนี่ รู้จักกันมา 8 เดือนแล้ว เราเคยทำงานด้วยกัน แต่ปอยยังไม่อยากเปิดตัว รอให้เขาเปิดตัวก่อนดีกว่า”ถือเป็นสาวประเภทสองที่มาแรงที่สุดในยุคนี้ สำหรับปอย-ตรีชฎา มาลยาภรณ์ ที่ล่าสุดนอกจากจะได้โกอินเตอร์ไปเล่นหนังที่ฮ่องกง งานนี้ยังพ่วงข่าวลือว่าแอบกุ๊กกิ๊กกับ 2 นักแสดงชื่อดังอย่างโจวเหวินฟะ และกู่เทียนเล่อ อีกด้วย


แหล่งที่มา : ไทยโพสท์

Source: 'ปอย'เผยซุ่มดูใจดาราฮ่องกง ไม่ใช่'โจวเหวินฟะ-กู่เทียนเล่อ'

วันพฤหัสบดีที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2557

ภรรยาร่มเกล้า"โพสต์เฟซบุ๊คขอบคุณ"คสช.-ผบ.ตร."จับชายชุดดำ

news_img_604227_1 ภรรยา พล.อ.ร่มเกล้า ธุวธรรม โพสต์เฟซบุ๊คถึงกรณีที่ตำรวจแถลงข่าวการจับกุมชายชุดดำว่า  จากการแถลงข่าวการจับกุมคนร้ายชายชุดดำปี 2553 ดิฉันขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายทั้งทหาร ตำรวจ ที่ติดตามคดีให้ หลังจากหมดหวังไปแล้ว ขอขอบคุณ ค.ส.ช. และท่าน ผบ.ตร. พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ที่กรุณาติดตามคดี เพื่อเรียกความเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรมกลับคืนมาคนถามมากถึงความรู้สึกว่า ดีใจไหม ดิฉันไม่มีอะไรจะดีใจและเสียใจแล้ว เพราะสามีดิฉันไม่มีวันฟื้นคืนชีวิต มีแต่หน้าที่ในโลกที่ต้องทำต่อไปจนกว่าจะหมดเวลา เจตนาที่ติดตามคดีนี้ก็เพื่อความเป็นธรรมของสังคม เพื่อชีวิตที่บริสุทธิ์ของประชาชนและเจ้าหน้าที่รัฐที่จะไม่ต้องตายเหมือน สามีดิฉัน ไม่ต้องมีครอบครัวใครนั่งร้องไห้ตายทั้งเป็นเหมือนดิฉัน ความจริงเป็นสิ่งไม่ตาย ความยุติธรรมนานเพียงใดก็รอได้

แหล่งที่มา : กรุงเทพธุรกิจ

กล้องไอพี cctv  ติดตั้งกล้องวงจรปิด

Source: ภรรยาร่มเกล้า"โพสต์เฟซบุ๊คขอบคุณ"คสช.-ผบ.ตร."จับชายชุดดำ

วันอาทิตย์ที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2557

พ่อรับศพ ด.ญ.4ขวบ

070914_062714_003วันที่ 7 ก.ย.57 เวลา 14.30น. พล.ต.ต.นพ.พรชัย สุธีรคุณ ผู้บังคับการสถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ เปิดเผยผลการชันสูตรศพ เด็กหญิงวัย 4 ขวบ เบื้องต้นพบว่า เสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 3 วัน สภาพศพเปลี่ยนไปมาก ตามร่างกายภายนอกไม่พบบาดแผลการถูกทำร้าย ส่วนข้อสันนิฐานว่าศรีษะแตกนั้นไม่มี เป็นผลจากการที่ศพเริ่มเปลี่ยนสภาพ เริ่มเน่า กระโหลกจึงมาการแยกกันเอง สำหรับสาเหตุที่ทำให้เสียชีวิต เกิดจากการจมน้ำจนขาดอากาศหายใจ เนื่องจากพบเศษผงและคราบน้ำ ในหลอดลม ปอด และลึกลงไปถึงกระเพาอาหาร บริษัทรับติดตั้งกล้องวงจรปิด ทำให้สันนิษฐานได้ว่าเหยื่อเสียชีวิต จากการจมน้ำในส่วนร่องรอยความผิดปกติบริเวณอวัยวะเพศ ยังไม่พบหลักฐานปรากกฎชัดเนื่องจากศพแช่น้ำนาน แต่เนื่องจากศพเปลี่ยนสภาพและเสียชีวิตมาแล้วหลายวัน ประกอบกับถูกบีบอัดอยู่ในท่อระบายน้ำ จึงไม่พบคราบอสุจิ ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังพิสูจน์หาหลักฐาน ส่วนคราบอสุจิอาจจะต้องลงพื้นที่ไปตรวจสอบหาหลักฐานเพิ่มเติมในที่เกิดเหตุ ซึ่งคาดว่าใช้เวลาตรวจสอบไม่เกิน 1 สัปดาห์


ขณะที่พ่อของเด็กหญิงคนดังกล่าว ซึ่งเดินทางมารับศพในวันนี้ ยังคงอยู่ในอาการเศร้าเสียใจ เปิดเผยว่า ตนเองมีลูกสาว 2 คน คนโตอายุ 5 ขวบ และคนเล็ก (เสียชีวิต) อายุ 4 ขวบ พักอาศัยอยู่กับปู่ย่า ในวันเกิดเหตุน้องเนมถามย่าว่าปู่ไปไหน ย่าจึงตอบว่าปู่ไปตลาด น้องจึงเดินตามออกไป พอปู่กลับเข้ามาบ้าน แล้วไม่เห็นหลาน จึงถามย่าว่าหลานไปไหน ย่าจึงตอบว่าหลานเดินตามปู่ออกไป ทั้งปู่และย่าจึงออกมาดูหลานบริเวณหน้าบ้าน แต่ไม่พบ จนกระทั่งเดินทางไปแจ้งความที่ สน.บุคคโล ว่าหลานสาวหายตัวไป แต่เจ้าหน้าที่ไม่รับแจ้งความ เนื่องจากว่าน้องหายตัวไปไม่ถึง 24 ชม. จึงเดินทางไปร้องทุกข์ตามมูลนิธิ และประกาศตามหา ผ่านโทรทัศน์ช่องต่างๆ ระหว่างนั้นไปสอบถามข้อมูลจากคนแถวบ้าน ทุกคนบอกว่าเห็นครั้งสุดท้าย ตอนเดินตามปู่ออกไป และไปขอดูภาพจากกล้องซีซีทีวี ที่ติดอยู่ในพื้นที่ส่วนบุคคล


แต่ต้องประสานงานเจ้าหน้าที่ไปติดต่อขอดูภาพจากกล้องดังกล่าว ปรากฎว่าในภาพเห็นน้องเดินผ่าน แล้วมีบุคคลแปลกหน้า แต่งกายคล้าย รปภ.เดินตามไป เจ้าหน้าที่จึงลงไปตรวจสอบพื้นที่ๆ น้องเดินผ่าน พบว่าภายในท่อระบายน้ำมีถุงสีดำ จึงนำขึ้นมาตรวจสอบ ปรากฎว่าเป็นศพเด็กดังกล่าวนอกจากนี้คุณพ่อขอเด็กหญิงวัย 4 ขวบ ยังกล่าวอีกว่า ปกติจะดูแลลูกใกล้ชิด ไม่เคยให้คลาดสายตา และก่อนเกิดเหตุ มีลางสังหรณ์ใจบางอย่าง จึงโทรศัพท์มาสั่งน้องชายให้ดูแลหลานดีๆ ซึ่งคุณพ่อยังฝากถึงทุกครอบครัวที่มีบุตรหลานในวัยเดียวกันนี้ อย่าประมาทในการดูแล เพราะสังคมปัจจุบันนี้ เราไม่สามารถไว้ใจใครได้ล่าสุด พล.ต.ต.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เปิดเผยว่า อดีต รปภ.เปิดปากยอมรับสารภาพแล้ว ว่าเป็นคนลงมือสังหารหนูน้อยอย่างเหี้ยมโหดจริง ก่อนเกิดเหตุได้ดื่มสุราเข้าไปมากจนเกิดอารมณ์ทางเพศ แล้วใช้ความไว้ใจที่ผู้ตาย เคยเห็นหน้าพูดคุยกันมาก่อน ล่อลวงกลับไปที่บ้านพักและก่อเหตุฆาตกรรมดังกล่าว ส่วนรายละเอียดของคดี จะแถลงอย่างเป็นทางการในวันพรุ่งนี้

ข่าว:springnewstv.tv

Source: พ่อรับศพ ด.ญ.4ขวบ