วันพุธที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

ศปถ.จัดงานวันโลกรำลึกถึงผู้สูญเสียฯ

881203สำหรับการจัดงานวันโลกรำลึกถึงผู้สูญเสียจากอุบัติเหตุทางถนน ประจำปี 2557 ของประเทศไทย กระทรวงมหาดไทย โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เลขานุการศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน  (ศปถ.) ได้ร่วมกับองค์การสหประชาชาติประจำประเทศไทย หน่วยงานภาคีเครือข่ายภาครัฐ และภาคเอกชนจัดกิจกรรมวันโลกรำลึกถึงผู้สูญเสียจากอุบัติเหตุทางถนน ประจำปี 2557  ในวันอาทิตย์ที่ 16 พ.ย.นีั้  เวลา 08.00-09.00 น. ณ บริเวณด้านหน้าองค์การสหประชาชาติ ถ.ราชดำเนินนอก กทม. และสถานที่ที่แต่ละจังหวัดจัดกิจกรรม  เพื่อร่วมเป็นส่วนหนี่งในการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุบัติเหตุทางถนน  และให้ทุกภาคส่วนรำลึกถึงผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนน  ตระหนักถึงผลกระทบและความสูญเสียจากอุบัติเหตุทางถนน  มีจิตสำนึกด้านความปลอดภัยทางถนนและร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างถนนทุกสาย ให้ปลอดอุบัติเหตุวันที่ 13 พ.ย. นายฉัตรชัย  พรหมเลิศ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย  เปิดเผยว่า อุบัติเหตุทางถนนเป็นสาเหตุสำคัญที่คร่าชีวิตคนทั่วโลก เฉลี่ยปีละ 1.3 ล้านคน อีกทั้งยังทำให้มีผู้บาดเจ็บ พิการ ทุพพลภาพเฉลี่ยประมาณปีละ 50  ล้านคน สร้างความสูญเสียโดยมิอาจประเมินค่าได้  องค์การสหประชาชาติจึงได้ประกาศเมื่อวันที่ 26 ต.ค.2548 กำหนดให้วันอาทิตย์สัปดาห์ที่สามของเดือนพ.ย. เป็นวันโลกรำลึกถึงผู้สูญเสียจากอุบัติเหตุทางถนน (World Day of Remembrance for Road Traffic Victims)  เพื่อส่งเสริมให้ทุกประเทศดำเนินมาตรการป้องกัน และ ลดอุบัติเหตุทางถนนอย่างเข้มข้นและจริงจัง ซึ่งในส่วนของประเทศไทย มีสถิติผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนสูงเป็นลำดับต้น ๆ ของโลก คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และรัฐบาล  จึงได้กำหนดให้การลดอุบัติเหตุทางถนนเป็นนโยบายหลักและวาระแห่งชาติที่ทุก ภาคส่วนต้องบูรณาการสร้างความปลอดภัยทางถนน

แหล่งที่มา  :  เดลินิวส์

Source: ศปถ.จัดงานวันโลกรำลึกถึงผู้สูญเสียฯ

นายกฯหารือทวิภาคีกับบันคีมูน

881186แต่ก่อนหน้านี้ เมื่อเวลา 18.45 น. ของวันที่ 12 พ.ย. ตามเวลาท้องถิ่น พล.อ.ประยุทธ์ ได้ร่วมหารือทวิภาคีกับนายบัน คี มูน เลขาธิการสหประชาชาติ และได้หารือทวิภาคีกับนายดมิทรี เมดเวเดฟ นายกรัฐมนตรีสหพันธรัฐรัสเซีย   โดยร.อ.นพ.ยงยุทธ มัยลาภ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการหารือ ว่าโดยในโอกาสนี้นายกรัฐมนตรีได้กล่าวขอบคุณเลขาธิการสหประชาชาติ และได้อธิบายสถานการณ์ไทยถึงเหตุผลและความจำเป็นของการเข้ามาบริหารประเทศกล้องวงจรปิด โดยขณะนี้อยู่ในขั้นตอนที่สองของโรดแม็พ คือ มีการจัดตั้งรัฐบาลและใช้ระเบียบการบริหารราชการรูปแบบปกติ  เร่งรัดการปฏิรูป 11 ด้าน และพัฒนาประชาธิปไตยทียั่งยืน ไทยยังยึดมั่นและพร้อมที่จะปฏิบัติตามพันธสัญญาที่มีกับนานาประเทศและ ระหว่างประเทศอย่างครบถ้วน สำหรับความร่วมมือกับสหประชาชาตินั้น ไทยมีส่วนร่วมในประเด็นสันติภาพและความมั่นคงอย่างต่อเนื่อง โดยตั้งแต่ปี ค.ศ. 1950 ไทยได้ส่งบุคคลากรชายหญิง กว่า 20,000 คน เข้าร่วมในปฏิบัติการรักษาสันติภาพของสหประชาชาติกว่า 20 ปฏิบัติการ ไทยพร้อมเป็นสมาชิกที่เข้มแข็งของสหประชาชาติต่อไป

เมื่อวันที่ 13 พ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหวของพล.อ.ประยุทธ์  จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่อยู่ระหว่างการเข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 25 ณ กรุงเนปิดอว์ สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์ ว่า สำหรับกำหนดการของนายกรัฐมนตรีในช่วงเช้า จะเข้าร่วมประชุมสุดยอดผู้นำเอเชียตะวันออก ครั้งที่ 9 ก่อนจะร่วมประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน-สหรัฐอเมริกา ครั้งที่ 2 โดยมีนายบารัค โอบามา ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาเข้าร่วมประชุม

จากนั้นในช่วงบ่ายนายกรัฐมนตรีจะร่วมประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน- จีน ครั้งที่ 17 ต่อด้วยการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนบวกสาม ครั้งที่ 17 การประชุมระหว่างผู้นำอาเซียนกับพผู้แทนสภาที่ปรึกษาธุรกิจอาเซียน จากนั้นก็จะเป็นพิธีปิดการประชุมและการส่งมอบตำแหน่งประธานอาเซียนของเมีย นมาร์แก่มาเลเซีย โดยภายหลังเสร็จสิ้นการประชุมสุดยอดอาเซียน นายกรัฐมนตรีและคณะ จะเดินทางออกจากท่าอากาศยานนานาชาติกรุงเนปิดอว์ กลับมาถึงยังท่าอากาศยานกองบัญชาการกองทัพอากาศ กองบิน 6 เวลาประมาณ 21.30 น. วันเดียวกันนี้

แหล่งที่มา  :  เดลินิวส์

Source: นายกฯหารือทวิภาคีกับบันคีมูน

ผบ.ตร.เซ็นฟ้าผ่า เด้ง‘พงศ์พัฒน์’

EyWwB5WU57MYnKOuFIzZKHxpx4wTCGaRqOh3KmK1fGNdevTcfUUqYjด้าน พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร. กล่าวถึงสาเหตุการโยกย้ายว่า การเสนอย้าย ผบช.ก.และรอง ผบช.ก.ให้มาอยู่ที่ ศปก.ตร. เพราะมีงานสำคัญมอบหมายให้ทำทั้ง 2 นาย ถือว่าเป็นบุคคลที่มีความรู้ความสามารถ ผู้สื่อข่าวถามว่า ทำไมมีคำสั่งแต่งตั้ง พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ ผู้ช่วย ผบ.ตร. ไปรักษาการแทน พล.ต.อ.สมยศตอบว่า เป็นไปตามขั้นตอนการบริหารราชการในการรักษาการแทน เพื่อให้การปฏิบัติราชการเป็นไปด้วยความเรียบร้อย และมีประสิทธิภาพ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันที่ 25 พ.ย. เวลา 13.30 น. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ได้นัดประชุม ก.ตร. โดยมีวาระการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจเป็นกรณีพิเศษ โดยคาดว่าจะมีการโยก พล.ต.ท. อำนวย นิ่มมะโน ผบช.ภ.1 สายตรง พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.กระทรวงยุติธรรม มาเป็น ผบช.น. พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ผบช.น. สายตรงพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี โยกเป็น ผบช.ก. โดยมี พล.ต.ท.ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย ผบช.ส. สายตรง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นตัวสอดแทรก และให้ พล.ต.ท.ชินทัต มีศุข จตร. (สบ 8) สาย พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา เป็น ผบช.ภ.1 ส่วน พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ ถูกดันให้ขึ้นผู้ช่วย ผบ.ตร. หรือไม่ก็เป็น ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร. ซึ่งการจัดเปลี่ยนข้าราชการตำรวจในระดับ ผบช.ในครั้งนี้ เพื่อให้มาจัดโผแต่งตั้งข้าราชการตำรวจในระดับรอง ผบก. ถึง สว.ที่คาดว่าจะมีการแต่งตั้งภายในเดือน ธ.ค.นี้

ทั้งนี้ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์เข้ารับตำแหน่ง ผบช.ก. ตั้งแต่ปี 53 โดย พล.ต.อ.สมยศ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ พล.ต.ท.ประวุฒิ และ พล.ต.ต.โกวิทย์ ทั้งหมดต่างจบ นรต.รุ่น 31 มีรายงานด้วยว่า ผบ.ตร.มีการลงนามย้ายเพื่อนร่วมรุ่นตอนกลางคืนวันที่ 11 พ.ย. ต่อมามีคำสั่งย้ายเปิดเผยในโซเชียลมีเดียตั้งแต่เช้าตรู่ จนกลายเป็นข่าวฮือฮาในวงการตำรวจ เนื่องจากคำสั่งไม่ได้ระบุเหตุผลการเรียกตัวเข้ามาประจำ ตร. อีกทั้งคำสั่งออกหลัง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้รับสนองพระบรมราชโองการ โปรดเกล้าฯ แต่งตั้งระดับรอง ผบ.ตร.จนถึง ผบก. เมื่อวันที่ 10 พ.ย. ทำให้ตำรวจส่วนใหญ่มองว่าจะเป็นปัญหาแทรกซ้อนในเรื่องคำสั่งโยกย้ายข้า ราชการตำรวจ จึงมีคำสั่งย้าย พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ก่อนที่จะมีการแต่งตั้งนายตำรวจระดับรอง ผบก. จนถึงระดับ สว. รวมถึงกรณีมีตำแหน่งผู้ช่วย ผบ.ตร. และ ผบช. ที่ขอลาออกก่อนเกษียณราชการ

พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์มีผลงานในด้านการทำงานดัง เช่น การจับกุมกำนันเป๊าะ จับมาเฟียค้าอาวุธระดับชาติ เคยประท้วงผู้บังคับบัญชาเพื่อจัดซื้อที่ดินสร้างอาคารและที่พักอาศัยให้กับ ตำรวจ และเป็นผู้ผลักดันให้ตำรวจเปลี่ยนแนวทางการทำงานจากมุ่งจับกุมมาเป็น Online community Check up on มุ่งเน้นการลดความหวาดระแวงภัยอาชญากรรม ลดความหวาดระแวงระหว่างประชาชนกับตำรวจ หลังจาก พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ถูกย้ายมีผู้แสดงความคิดเห็นในเว็บไซต์ และสื่อออนไลน์ ทั้งไม่เห็นด้วยและแปลกใจที่มีคำสั่งเด้ง ผบช.ก.

พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ ผู้ช่วย ผบ.ตร. และโฆษก ตร. กล่าวว่า ทราบคำสั่งให้รักษาการ ผบช.ก.แล้ว แต่มีภารกิจจะต้องเดินทางไปต่างประเทศ มีกำหนดกลับวันที่ 24 พ.ย. จะเข้ารายงานตัวเพื่อรับงานที่ได้รับมอบหมาย ส่วนรายละเอียดคำสั่งให้ ผบช.ก.ไปปฏิบัติหน้าที่ประจำ ศปก.ตร. ไม่ทราบรายละเอียด เป็นเรื่องดุลพินิจของผู้บังคับบัญชา

เด้งฟ้าผ่า ผบ.ตร.เซ็นคำสั่งด่วนกลางดึก ย้าย 2 นายพลดังเพื่อนร่วมรุ่นเดียวกัน “พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์” ผบช.ก. กับ “โกวิทย์ วงศ์รุ่งโรจน์” รองผบช.ก. เข้ากรุ โยก “ประวุฒิ ถาวรศิริ” ผู้ช่วย ผบ.ตร. และโฆษก ตร. ไปรักษาการเป็นผู้นำหน่วยแทน เริ่มตั้งแต่วันที่ 11 พ.ย. วงการสีกากีช็อกตาตั้งเห็นคำสั่งนายพลใหญ่โดนย้ายโผล่ในสื่อโซเชียลมีเดีย ตั้งแต่ยังไม่สว่าง ด้าน “สมยศ” ระบุเหตุย้าย เพราะมีงานสำคัญมอบ หมายให้ทำปลายเดือน พ.ย. “ประวิตร” นัดประชุม ก.ตร. แต่งตั้งโยกย้าย ผบช.คาด “อำนวย” ไปนครบาล “ศรีวราห์” กลับ บช.ก. และ “ชินทัต” ลงภาค 1

2 นายพลกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) ถูกเด้งด่วนเข้ากรุ เปิดเผยขึ้นเมื่อเช้าวันที่ 12 พ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร. ลงนามในคำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่ 610/2557 ลงวันที่ 11 พ.ย.2557 เรื่องให้ข้าราชการไปปฏิบัติราชการ ระบุว่า เพื่อให้การปฏิบัติราชการของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและมีประสิทธิภาพ อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 11 และมาตรา 72 แห่งพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2557 และข้อ 8 (1) แห่งระเบียบสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ว่าด้วยการสั่งให้ข้าราชการตำรวจไปปฏิบัติราชการภายในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2542 จึงให้ข้าราชการตำรวจไปปฏิบัติราชการและรักษาราชการแทน ดังต่อไปนี้

มีคำสั่งให้ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ ผบช.ก. และ พล.ต.ต.โกวิทย์ วงศ์รุ่งโรจน์ รอง ผบช.ก. ไปปฏิบัติราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปก.ตร.) โดยขาดจากตำแหน่งเดิม เพื่อปฏิบัติหน้าที่ตามที่ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติมอบหมาย จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง โดยให้ไปรายงานตัวที่ ศปก.ตร. ภายในวันที่ 12 พ.ย.2557 เวลา 10.00 น. และมีคำสั่งให้ พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ ผู้ช่วย ผบ.ตร. รักษาราชการแทน ผบช.ก. ตั้งแต่วันที่ 11 พ.ย.2557 เป็นต้นไป มีรายงานด้วยว่า ผู้สื่อข่าวจำนวนมากต่างเฝ้าดักรอ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ที่ บช.ก.และอาคาร 1 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตามคำสั่งให้ไปรายงานตัว โดย พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ติดภารกิจได้มอบหมายฝ่ายอำนวยการ บช.ก. เข้ายื่นเอกสารในการเข้ารายงานตัว ที่ ศปก.ตร.

แหล่งที่มา  :  ไทยรัฐ

Resource: ผบ.ตร.เซ็นฟ้าผ่า เด้ง‘พงศ์พัฒน์’

พท.-ปชป.ต่อรอง คสช.ปลดล็อก

EyWwB5WU57MYnKOuFIzZKHwwjB2qRqGE3UID3WFlLNTnLo8NFhMntfมีคิวหารือผู้นำยักษ์ใหญ่คู่เจรจา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงบ่าย พล.อ.ประยุทธ์ ได้เข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียน-อินเดีย ครั้งที่ 12 การประชุมสุดยอดอาเซียน-ญี่ปุ่นครั้งที่ 17 การ ประชุมสุดยอดอาเซียน-องค์การสหประชาชาติ ครั้งที่ 6 การประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน- ออสเตรเลีย สมัยพิเศษ ฉลองครบรอบ 40 ปีกล้องวงจรปิด ความสัมพันธ์ และ การประชุมสุดยอดกลุ่มประเทศลุ่มน้ำโขง-ญี่ปุ่น (Mekong-Japan Summit) ตามลำดับ ก่อนที่จะเข้าร่วมงานเลี้ยงอาหารค่ำอย่างเป็นทางการ ที่ประธานาธิบดีเมียนมาร์เป็นเจ้าภาพ โดยมีนางนราพร จันทร์โอชา ภริยานายกฯ ร่วมงาน
ป.ป.ช.ได้หลักฐานครบคดี “จุฑามาศ”

เมื่อเวลา 15.00 น. ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) จ.นนทบุรี นายวิชัย วิวิตเสวี กรรมการ ป.ป.ช.แถลงกรณีที่ ป.ป.ช.มีมติชี้มูลความผิดนางจุฑามาศ ศิริวรรณ อดีตผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เรียกรับสินบนจากนักธุรกิจชาวสหรัฐฯ เพื่อให้ได้สิทธิจัดงานเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติกรุงเทพฯ ว่า จากกรณีที่ ป.ป.ช.มีมติชี้มูลความผิดนางจุฑามาศในคดีดังกล่าวไปแล้ว แต่อัยการสูงสุดเห็นว่า ยังมีข้อไม่สมบูรณ์ในสำนวน ต้องตั้งคณะทำงานร่วมระหว่าง ป.ป.ช.กับอัยการสูงสุดมาทบทวนข้อไม่สมบูรณ์ในสำนวนนั้น หลังจากที่คณะทำงานร่วมใช้เวลาทำงานร่วมกัน 2 ปี 11 เดือน 20 วัน ล่าสุด คณะทำงานฝ่าย ป.ป.ช.ได้รวบรวมหลักฐานต่างๆในประเด็นที่ฝ่ายอัยการเห็นแย้งจนสมบูรณ์แล้ว มีหลักฐานครบทั้งจากฝ่ายไทยและสหรัฐฯ โดยเฉพาะเอกสารเกี่ยวกับเส้นทางการโอนเงินไปยัง 4 ประเทศของ น.ส.จุฑามาศได้แก่ สหรัฐฯ อังกฤษ สวิตเซอร์แลนด์ และสิงคโปร์ จำนวน 2,000 แผ่น ซึ่ง ป.ป.ช.ได้ติดตามโยงใยเส้นทางการเงิน จนได้มีหลักฐานสมบูรณ์แล้ว ส่วนเงินสินบน 1.8 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือ 60 ล้านบาทนั้น อยู่ระหว่างการติดตามนำกลับคืนสู่ประเทศไทย ตามพันธกรณีสนธิสัญญาระหว่างรัฐบาลไทยกับสหรัฐฯ
ลุยส่งฟ้อง–ไม่มาออกหมายจับ

นายวิชัยกล่าวว่า หลังจากนี้ ป.ป.ช.จะส่งสำนวนให้อัยการสูงสุดพิจารณา เพื่อดำเนินการส่งฟ้องนางจุฑามาศต่อไป มั่นใจว่าอัยการสูงสุดจะส่งฟ้องให้ เพราะหลักฐานที่ ป.ป.ช.มีอยู่ เป็นหลักฐานชิ้นเดียวกับที่ศาลสหรัฐฯ ตัดสินลงโทษนักธุรกิจชาวอเมริกันที่ให้สินบนนางจุฑามาศ ซึ่งโทษสูงสุดในคดีนี้คือการประหารชีวิต หรือจำคุกตลอดชีวิต ส่วนตัวนางจุฑามาศที่ขณะนี้ยังไม่สามารถติดตามตัวมาดำเนินคดีได้นั้น เมื่อนำคดีส่งฟ้องศาลแล้ว หากยังไม่ได้ตัวนางจุฑามาศมาดำเนินคดี คงต้องออกหมายจับกันต่อไป นอกจากนี้ ป.ป.ช.กำลังพิจารณาไต่สวนความผิดกรณีการร่ำรวยผิดปกติของนางจุฑามาศ เพื่อร้องขอให้ทรัพย์สินของนางจุฑามาศตกเป็นของแผ่นดินต่อไป
ขึ้นสปีชขอบคุณเพื่อนเข้าใจเรา

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวถ้อยแถลงในการประชุมตอนหนึ่งว่า ขอบคุณสมาชิกอาเซียนที่เข้าใจสถานการณ์การเมืองในประเทศไทย ยืนยันว่าไทยยังคง ให้ความสำคัญต่ออาเซียนและจะยึดมั่นต่อพันธกรณีต่างๆในการสร้างประชาคมอา เซียนปี 2558 อาเซียนควรให้ความสำคัญเรื่องความเชื่อมโยงระหว่างกัน ทั้งเรื่องคมนาคมและโครงสร้างพื้นฐาน ด้วยการปรับกฎระเบียบต่างๆให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน จัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดน แก้ไขภัยคุกคามอย่างบูรณาการ อาทิ โรคติดต่อ ยาเสพติด อาชญากรรมข้ามชาติ จัดทำแผนปฏิบัติการต่อต้านการลักลอบค้ามนุษย์ระดับภูมิภาคและอนุสัญญาอา เซียนว่าด้วยการค้ามนุษย์ให้แล้วเสร็จ และควรใช้ประโยชน์จาก ป.ป.ส.อาเซียนที่จัดตั้งขึ้นเพื่อต่อต้านการลักลอบค้ายาเสพติด ให้อาเซียนปลอดจากยาเสพติดภายในปี 2558

นายกรัฐมนตรีกล่าวอีกว่า ปัญหาการแพร่ระบาดของอีโบลาเป็นเรื่องเร่งด่วนที่ต้องเฝ้าระวัง ป้องกันและแก้ไข จึงเห็นว่าในกรอบอาเซียนบวกสาม ควรประชุมรัฐมนตรีสาธารณสุขเกี่ยวกับเรื่องนี้ เพื่อเตรียมความพร้อมในระดับภูมิภาคและสร้างกลไกเฝ้าระวังโรคร่วมกัน ซึ่งไทยพร้อมจะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมรัฐมนตรีสาธารณสุขอาเซียนบวกสาม ที่อาจมีขึ้นในเดือน ธ.ค.
คุยนายกฯ “นเรนทรา” แห่งอินเดีย

ต่อมาเวลา 11.30 น. พล.อ.ประยุทธ์หารือทวิภาคีกับนายนเรนทรา โมดี นายกรัฐมนตรีอินเดีย โดยในการหารือ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวชื่นชมนโยบายอินเดียเรื่องการจัดตั้ง “Smart City” และ “Made in India” เพื่อส่งเสริมการลงทุนจากต่างประเทศที่สอดคล้องกับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของ ไทย ทั้งโครงการถนนสามฝ่าย ไทย-เมียนมาร์- อินเดีย โครงการพัฒนาท่าเรือน้ำลึกและนิคมอุตสาหกรรมทวาย นอกจากนี้ ยังเห็นพ้องในข้อตกลงเขตการค้าเสรีระหว่างไทย-อินเดีย เร่งรัดยกเลิกภาษีซ้อน รวมทั้งความร่วมมือด้านหน่วยงานข่าวกรองและการลาดตระเวนร่วมทางทะเล โดยหวังว่ากองทัพไทยและอินเดียจะทำการฝึกผสมร่วมกันภายใต้รหัส “ไมตรี” ในเร็ววันนี้

ขณะที่นายกรัฐมนตรีอินเดียได้กล่าวถวายพระพรพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 5 ธ.ค. พร้อมกล่าวชื่นชมสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และพระบรมวงศานุวงศ์ และตอบรับร่วมการประชุมกรอบความร่วมมือเอเชียที่ไทยจะเป็นเจ้าภาพจัดการ ประชุมในปีหน้าด้วย
มอบดอกแก้วกัลยา “บิ๊กป้อม”

เมื่อเวลา 08.45 น. บริเวณทางเชื่อมตึกไทยคู่ฟ้าและตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย นำโดยนางอารยา อรุณานนท์ชัย ประธานคณะกรรมการฝ่ายจำหน่ายดอกแก้วกัลยา ในคณะกรรมการกองทุนดอกแก้วกัลยา สภาสังคมสงเคราะห์ฯ นำดารา นักแสดง อ๊อฟ-ศุภณัฐ เฉลิมชัยเจริญกิจ และเอิ้นขวัญ วรัญญา ศิลปินบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด เจ้าหน้าที่สภาสังคมสงเคราะห์และคนพิการเข้าพบ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ในฐานะรักษาการนายกรัฐมนตรี เพื่อมอบผลิตภัณฑ์ดอกแก้วกัลยาและจำหน่ายดอกแก้วกัลยาหน่วยงานในทำเนียบ และเพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์การจัดงานคนพิการ ครั้งที่ 48 ประจำปี 2557 ที่จะมีขึ้นในวันที่ 15 พ.ย.57 ณ สวนอัมพร ทั้งนี้ ดอกแก้วกัลยา เป็นชื่อดอกไม้ที่สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ทรงพระกรุณา โปรดเกล้าฯ พระราชทานนามดอกไม้ประดิษฐ์ โดยคนพิการ ของศูนย์ส่งเสริมอาชีพและพัฒนาคนพิการ และได้พระราชทานอนุญาตให้ใช้ดอกแก้วกัลยาเป็นสัญลักษณ์คนพิการด้วย
“ลุงหมาย” ทำช้า–ภาษีมรดกเลื่อน

จากนั้นเวลา 09.00 น. พล.อ.ประวิตรได้เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี ที่ตึกสันติไมตรี (หลังใน) เป็นการปฏิบัติภารกิจแทน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.ซึ่งอยู่ระหว่างปฏิบัติภารกิจร่วมประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 25 ที่สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์

ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกรัฐมนตรี ด้านเศรษฐกิจ เปิดเผยภายหลังการประชุมว่าเหตุที่ ครม.ชะลอพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ภาษีมรดก เนื่องจากนายสมหมาย ภาษี รมว.คลัง ส่งร่าง พ.ร.บ.ภาษีมรดก มากระชั้นชิดเกินไป ทำให้ไม่สามารถขอความคิดเห็นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ทันเวลา ทำให้ไม่สามารถนำเสนอเข้าสู่การพิจารณาของ ครม. สัปดาห์นี้ได้ และไม่ได้มีปัญหาเรื่องเนื้อหาแต่อย่างใด แต่จะนำเสนอเข้าที่ประชุม ครม.ในสัปดาห์หน้า
“วิษณุ” ปัดใจเสาะ–แค่รอนายกฯ

ขณะที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ว่า การประชุม ครม.สัปดาห์นี้พยายามพิจารณาเรื่องที่ไม่เร่งด่วน เรื่องภาษีมรดกต้องคุยกับรัฐมนตรีหลายคน และการประชุม ครม.ครั้งนี้ นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีหลายคนไม่อยู่ ความจริง พล.อ.ประยุทธ์ก็บอกไม่ต้องรอ แต่โดยหลักก็ควรจะรอดี กว่า และไม่ได้มีปัญหาเรื่องของเนื้อหาแต่อย่างใด
“บิ๊กตู่” ไปเนปิดอว์ถกผู้นำอาเซียน

เมื่อเวลา 09.00 น. (ตามเวลาท้องถิ่น) ที่ศูนย์ประชุม MICC กรุงเนปิดอว์ สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. เข้าร่วมการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนครั้งที่ 25 โดยมี พล.อ.เต็ง เส่ง ประธานาธิบดีเมียนมาร์ ในฐานะประธานอาเซียนกล่าวสุนทรพจน์เปิดการประชุมหัวข้อก้าวไปข้างหน้าสู่ ความเป็นอันหนึ่งอันเดียวและประชาคมที่สงบสุขและเจริญรุ่งเรือง พร้อมกล่าวแนะนำ พล.อ.ประยุทธ์ และนายโจโค วิโดโด้ ประธานาธิบดีอินโดนีเซีย ในฐานะผู้นำใหม่ที่เพิ่งเข้าร่วมการประชุมอาเซียนเป็นครั้งแรก จากนั้นผู้นำอาเซียนได้ถ่ายรูปหมู่บนเวทีร่วมกัน ก่อนรับชมการแสดงทางวัฒนธรรมที่เมียนมาร์จัดขึ้น
สนช.นัดพิเศษถกคดีสอย “ปู”

อีกเรื่องหนึ่ง เวลา 10.15 น. ที่รัฐสภา มีการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) นัดพิเศษ มีนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช.เป็นประธานการประชุม โดยเชิญนายนรวิชญ์ หล้าแหล่ง นายสมหมาย กู้ทรัพย์ และนายเอนก คำชุ่ม ทีมทนายผู้ได้รับมอบอำนาจจาก น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ให้รับผิดชอบโครงการรับจำนำข้าว มาชี้แจงถึงเหตุผลการขอให้ที่ประชุม สนช.เลื่อนการพิจารณาวาระ ถอดถอน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ในวันที่ 12 พ.ย.ออกไป
“พรเพชร” ซักทนายคัดสำนวนอืด

ทั้งนี้ นายพรเพชร ชี้แจงขั้นตอนการทำงานของ สนช.ในคดีดังกล่าวว่า ป.ป.ช.ได้ส่งสำนวนถอดถอน น.ส.ยิ่งลักษณ์ให้ สนช. วันที่ 14 ต.ค. ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ประสานไปยังนายนรวิชญ์ หล้าแหล่ง ทนายความของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ รับทราบแล้ว เพื่อให้มาคัดลอกสำเนาถอดถอนของ ป.ป.ช. แต่นายนรวิชญ์แจ้งว่า ยังไม่ได้รับมอบหมายให้ดำเนินการเรื่องนี้ เนื่องจาก น.ส.ยิ่งลักษณ์อยู่ระหว่างเดินทางไปต่างประเทศ ดังนั้น สนช.จึงส่งเอกสารสรุปข้อกล่าวหาของ สนช.ไปที่บ้านอดีตนายกรัฐมนตรีถึงสองรอบ ซึ่งมีผู้เซ็นรับเอกสารทั้งสองครั้งเมื่อวันที่ 29 ต.ค. และ 7 พ.ย.
ทนายโอดเอกสารเป็นปึกอ่านไม่ทัน

นายเอนก คำชุ่ม ทีมทนายความ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชี้แจงเหตุผลการขอเลื่อนการประชุมต่อ สนช.ว่าข้อ บังคับการประชุม สนช.ข้อ 149 และ 150 ระบุว่า สนช.ต้องส่งรายงานและสำนวน ป.ป.ช.ให้ผู้ถูกกล่าวหารับทราบไม่น้อยกว่า 15 วัน นับจากวันประชุมนัดแรกคือ วันที่ 12 พ.ย. แต่ช่วงเวลาดังกล่าว น.ส.ยิ่งลักษณ์อยู่ต่างประเทศ จึงไม่ทราบเรื่องวาระการถอดถอน เมื่อกลับถึงประเทศไทยวันที่ 2 พ.ย. ได้หารือทีมทนายความว่า ยังไม่ได้รับสำนวนจาก ป.ป.ช. จึงทำหนังสือถึงประธาน สนช. เมื่อวันที่ 5 พ.ย. ขอเลื่อนการประชุมนัดแรกออกไปก่อน เพื่อให้มีเวลาศึกษาสำนวน ป.ป.ช.และยื่นคำร้องขอให้สอบพยานเพิ่มเติม เพราะหากนับจากวันที่ 7 พ.ย.ที่อดีตนายกฯได้รับหนังสือจากประธาน สนช. จนถึงวันที่ 12 พ.ย. อดีตนายกฯมีเวลาเตรียมตัวแค่ 5 วันเท่านั้น ทั้งที่ข้อกล่าวหาที่ สนช.ส่งไปให้มีเนื้อหา 100 กว่าหน้า นอกจากนี้เนื้อหาในสำนวนถอดถอนของ ป.ป.ช.มีถึง 3,870 หน้า แต่ถูกตีเป็นเอกสารลับทั้งหมด ทำให้ไม่สามารถถ่ายเอกสารไปดูได้ หากจะให้มานั่งจดหรือนั่งดูเพียงอย่างเดียวถือเป็นเรื่องยากมาก จึงอยากขออนุญาตประธาน สนช.ให้สามารถถ่ายเอกสารดังกล่าวได้ ถ้าไม่อนุญาตให้ถ่ายเอกสาร ก็ไม่รู้ว่าต้องใช้ทีมงานเท่าไรเพื่อดูเอกสารทั้งหมด
สมาชิกดาหน้าซัดดองเรื่อง-ตีมึน

จากนั้น นายพรเพชรเปิดให้สมาชิก สนช.ซักถาม ข้อสงสัยจากทีมทนายความ มีสมาชิกร่วมซักถาม 4 คน อาทิ นางเสาวณี สุวรรณชีพ ถามว่า ทีมทนายความได้รับการประสานจาก น.ส.ยิ่งลักษณ์ให้มาทำคดียาวนานแค่ไหน เชื่อว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์เตรียมต่อสู้คดีมายาวนานแล้ว ไม่ใช่เพิ่งมาประสานกัน ขณะที่นายมณเฑียร บุญตัน ถามว่า แม้ น.ส.ยิ่งลักษณ์อยู่ต่าง ประเทศ แต่เหตุใดทีมทนายความไม่โทรศัพท์แจ้งให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ทราบเรื่องที่เกิดขึ้น กรณีดังกล่าวประชาชนทั่วประเทศทราบดีว่า จะมีการนำเรื่องเข้าสู่การพิจารณาในที่ประชุม สนช.วันที่ 12 พ.ย. มานานแล้ว

นายนรวิชญ์ ชี้แจงข้อซักถามว่า การให้เหตุผลว่า มีการรายงานข่าวจากสื่อว่า สนช.ได้บรรจุวาระถอดถอนในวันที่ 12 พ.ย. แสดงว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์รับทราบวาระการถอดถอนแล้ว ถือว่าไม่ถูกต้อง เพราะการรับทราบต้องได้รับหนังสือโดยตรงอย่างเป็นทางการจาก สนช.ตามข้อบังคับเท่านั้น เมื่อ สนช.ร่างข้อบังคับเพื่อใช้เป็นกฎเกณฑ์ในการพิจารณาแล้ว จะละเลยข้อบังคับที่ตนเองร่างขึ้นมาหรืออย่างไร
มติ 167 ต่อ 16 เลื่อนถกไป 28 พ.ย.

ต่อมานายพรเพชรขอมติจากที่ประชุม สนช.ว่าจะให้เลื่อนการประชุมถอดถอน น.ส.ยิ่งลักษณ์นัดแรกในวันที่ 12 พ.ย.หรือไม่ ซึ่งที่ประชุมมีมติด้วยคะแนน 167 ต่อ 16 เสียง งดออกเสียง 7 เสียง ให้เลื่อนการพิจารณานัดแรกออกไป โดยให้เลื่อนการประชุมไปเป็นวันที่ 28 พ.ย.ตามมติที่วิป สนช.เสนอมา ทั้งนี้นายพรเพชรแจ้งว่า ขอให้ผู้ถูกกล่าวหาไปตรวจเอกสารและคัดสำนวน ป.ป.ช. จำนวน 3,870 หน้า ได้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไปในเวลาราชการ

แหล่งที่มา  :  ไทยรัฐ

Source: พท.-ปชป.ต่อรอง คสช.ปลดล็อก

Pixim Technology เทคโนโลยีที่ช่วยเหลือทำงานภาพในภาวะที่ต้องรับแสงจากแหล่งกำเนิดแสงโดยตรง

เทคโนโลยีนี้เป็นเทคโนโลยีแผ่นดินกำเนิดขึ้นจากปัญหาของภาพที่มักมีแสงจ้ามากเกินไป ซึ่งส่วนมากมักจะเป็นการเกิดขึ้นจากการที่เมื่อดวงอาทิตย์เคลื่อนที่ทำให้มีช่วงเวลาหนึ่งที่แสงจากดวงอาทิตย์จะตกกระทบที่หน้ากล้องวงจรปิดโดยตรง หรือแม้กระทั่งการมีที่ตระกูลแสงอย่างไฟหน้ารถยนต์ ก็จะทำให้กล้องวงจรปิดไม่สามารถจับภาพในขณะที่เกิดแสงจ้านั้นได้ และยิ่งวัตถูนั้นอยู่หน้าหรือหลังแหล่งกำเนิดแสงข้างในทิศทางเดียวกันก็จะทำให้เก็บภาพยากขึ้นไปอีก ซึ่งหากนำมาใช้ในการรักษาความปลอดภัยในสำนักงานที่ต้องใช้กล้องวงจรปิดจับภาพตรงประตูทางเข้าเพื่อเก็บภาพผู้มาเยือน จะทำอย่างไรหากมีแขกที่เดินเข้ามาในขณะที่แสงอาทิตย์กำลังสาดเข้ามาหน้ากล้องในขณะนั้น ซึ่งผู้ก่อการร้ายมักจะฉวยโอกาสในช่วงเวลานี้นี่เอง ดังนั้นจึงได้มีการคิดค้นเทคโนโลยีนี้ขึ้นเพื่อแก้ปัญหานี้
Pixim Technology โดยเทคโนโลยีนี้มีจุดกำเนิดมาจากการพัฒนาเกมส์ตั้งแต่ยุคปี 1990 โดยมีความมุ่งหวังเพื่อปรับภาพเคลื่อนไหวที่มีอยู่ในเกมส์นั้นให้มีความสมดุลมากขึ้น โดยจะเป็นการทำงานในชั้นพิกเซลต่อพิกเซลในรูปเลยทีเดียว โดยต่อมานำมาปรับใช้ในกล้องดิจิตอลที่มีทั้งเซนเซอร์และตัวโพรเซสเซอร์ เซนเซอร์ทำหน้าที่รับแสงผ่านเลนส์และตัวโพรเซสเซอร์จะตัดสินใจในกระบวนที่จะทำให้เกิดภาพขึ้น ซึ่งความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองกระบวนการนี้คล้ายกับการทำงานของนัยน์เนตรและสมองของคนเรา เซนเซอร์โดยเฉพาะตัวที่มีคุณภาพสูงสูงสำหรับใช้ในงานรักษาความปลอดภัยสำคัญๆนั้น จะสามารถแบ่งข้อมูลที่เข้ามาในแต่ละพิกเซลออกเป็นพันพันส่วน เพื่อที่จะทำให้ข้อมูลที่รับมานั้นมีคุณภาพมากที่สุดซึ่งกระบวนการนี้เองที่ทำให้สามารถเก็บข่าวคราวภาพในขณะที่เกิดแสงจ้าหรือในขณะที่มีแสงอาทิตย์สาดข้ามาได้

วันอังคารที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

ทองขึ้น 200 รูปพรรณขายออกบาทละ 18,550 บ.

EyWwB5WU57MYnKOuFI00wheyt0czdz0r013g53n24mDRKGHKCjIXKVวานนี้ (11 พ.ย.57) สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือน ธ.ค. เพิ่มขึ้น 3.2 ดอลลาร์ หรือ 0.28% ปิดที่ 1,163 ดอลลาร์/ออนซ์

โดยสัญญาทองคำดีดตัวขึ้นจากแรงซื้อเก็งกำไร นอกจากนี้ การที่ตลาดหุ้นสหรัฐฯ อ่อนแรงลงในการซื้อขายเมื่อคืนนี้ ยังได้กระตุ้นให้นักลงทุนปลีกตัวออกจากตลาดหุ้นและเข้าซื้อสัญญาทองคำ

อย่างไรก็ตาม ปริมาณการซื้อขายมีอยู่เพียงบางเบา เนื่องจากหน่วยงานราชการของสหรัฐฯ ปิดทำการในวันอังคารที่ 11 พ.ย. เนื่องในวันทหารผ่านศึก และตลาดพันธบัตรสหรัฐฯ ปิดทำการซื้อขาย

ราคาทองขึ้น 200 บาท หลังแรงซื้อเก็งกำไรสัญญาทองคำดีดตัวขึ้น ตลาดหุ้นสหรัฐฯ อ่อนแรง นักลงทุนปลีกตัวออกตลาดหุ้น

สมาคมค้าทองคำ ประกาศราคาซื้อขายทองคำรอบแรก ประจำวันที่ 12 พ.ย. 57 ราคาทองปรับเพิ่มขึ้น 200 บาท โดยทองคำแท่งรับซื้อบาทละ 18,050 บาท ขายออกบาทละ 18,150 บาท ทองรูปพรรณรับซื้อบาทละ 17,782.68 บาท ขายออกบาทละ 18,550 บาท

แหล่งที่มา  :  ไทยรัฐ

Source: ทองขึ้น 200 รูปพรรณขายออกบาทละ 18,550 บ.

วันอังคารที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

พิษรัชชูปการรวม23นายที่มีข้างรวบข้อง

ส่วยสถานบริการพ่นพิษ นครบาลสั่งย้ายด่วน 3 เสือ สน.ประเวศ ทั้ง ผกกรอง ผกก.ป. และ ผกก.สส.ไปช่วยราชการ ศปก.น. เป็นเวลา 30 วันแล้ว แถมตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงตำรวจตั้งแต่ระดับ รอง ผบก.น. 4 นายตำรวจชั้นสัญญาบัตร ไปจนถึงชั้นสัมผัสทำซ้ำกราวรูดรวม 23 คน ทั้งที่มีชื่ออยู่ในโพยและไม่อยู่ในโพยว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการรับสินบนหรือไม่

กรณีเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจและเทศกิจ สนธิกำลังบุกเข้าตรวจค้นสถานบันเทิงไรเดอร์ รีสอร์ต และอาบ อบ นวด คุ้มพระราม เป็นอาคารสูง 5 ชั้น อยู่เลขที่ 35/1 หมู่ 7 ซอยศรีนครินทร์ 49 แขวงหนองบอน เขตประเวศ กทม. จับกุมหญิงค้าประเวณีชาวไทย 10 คน ชาวกัมพูชา 1 คนและชาวลาว 1 คน นอกจากนี้ผู้หญิงคนไทยที่ค้าประเวณี 1 คน อายุต่ำกว่า 18 ปี ส่วนในสถานบันเทิงตรวจค้นพบยาบ้า 6 เม็ด ใส่ถุงพลาสติกซุกซ่อนอยู่ในห้องน้ำชาย พร้อมกันเครื่องไม้เครื่องมือเสพยาไอซ์ แถมพบกัญชาในตู้เก็บของพนักงาน ที่สำคัญยังพบโพยจ่ายส่วยให้เจ้าหน้าที่ตำรวจหลายนาย จากการตรวจสอบพบว่า ทั้งสถานบันเทิงและสถานบริการไม่มีใบอนุญาต ซึ่งก่อนหน้านี้ช่วงวันฮาโลวีนผับดังกล่าวเพิ่งถูกทหาร เข้าจับกุมฐานเปิดบริการเกินเวลาถึง 2 วันติด ฝ่ายเจ้าของร้านไรเดอร์ รีสอร์ต อ้างว่า ไม่เกี่ยวข้องกับสถานบริการคุ้มพระราม เจ้าของอาบอบนวดมาเช่าที่ทำธุรกิจเอง แต่อยู่ในอาคารเดียวกัน

ความคืบหน้าจากกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 3 พ.ย. มีรายงาน ว่า พล.ต.ต.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รรท.ผบช.น. เซ็นคำสั่ง บช.น.ที่ 672/2557 ลงวันที่ 2 พ.ย.57 เรื่องให้พลเรือนตำรวจปฏิบัติราชการ ระบุว่า ตามที่ บช.น.ได้รับรายงานเหตุ กรณีเมื่อวันที่ 1 พ.ย.เวลาประมาณ 23.30 น. เจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจสนธิกำลังกับเจ้าหน้าที่เทศกิจ เข้าตรวจค้นสถานบันเทิงและสถานบริการไรเดอร์ รีสอร์ต และร้านคุ้มพระราม ในพื้นที่รับผิดชอบของ สน.ประเวศ จับผู้ต้องหา 8 คน พร้อมของกลางในความผิดต่างๆเกี่ยวกับยาเสพติด บุคคลต่างด้าว การค้าประเวณี สถานบริการ และการแสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบ โดยการเป็นธุระจัดหาให้เด็กอายุไม่เกิน 18 ปีค้าประเวณี อันเป็นความผิดฐานค้ามนุษย์ ซึ่งเป็นอบายมุขเป้าหมายตามคำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่ 234/2548 ลงวันที่ 28 มี.ค.48

เพื่อให้การคุ้มครองและปราบปรามความผิดเกี่ยวกับอบายมุขภายใน บช.น.เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและมิให้เกิดความเสียหายต่อทางราชการ ตลอดจนเพื่อให้การสืบสวนข้อเท็จจริงกรณีดังกล่าวเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ดั้งนั้นอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 74 แห่ง พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2547 ระเบียบ ก.ต.ช.ว่าด้วยหลักเกณฑ์การดำเนินงานราชการของผู้บัญชาการ ในฐานะเป็นอธิบดีหรือแทนผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2551 และแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2555 และระเบียบ ตร.ว่าด้วยการสั่งให้ข้าราชการตำรวจไปปฏิบัติราชการ ภายในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2552 จึงให้ข้าราชการตำรวจปฏิบัติราชการดังนี้ มีคำสั่งให้ พ.ต.อ.สมควร พึ่งทรัพย์ ผกก.สน.ประเวศ พ.ต.ท.เผด็จ ภู่บุปผากาญจน รอง ผกก.ป.สน.ประเวศ และ พ.ต.ท.บวร เพ็งสุข รอง ผกก.สส.สน.ประเวศ ทั้ง 3 นาย มาปฏิบัติราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการ กองบัญชาการตำรวจนครบาล (ศปก.น.) เพื่อปฏิบัติหน้าที่ตามที่ได้รับมอบหมาย มีกำหนด 30 วัน ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป หรือจนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง

นอกจากนี้ ยังเซ็นคำสั่งเพิ่มเติมที่ 673/2557 ลงวันที่ 2 พ.ย.57 ตั้งคณะกรรมการพิจารทางวินัย มอบหมายให้ พล.ต.ต.ฉันทวิทย์ รามสูต รอง ผบช.น.เป็นประธานการสอบสวน หากคณะกรรมการสืบสวนเห็นว่า กรณีมีมูลว่าผู้ถูกกล่าวหากระทำผิดวินัยในเรื่องอื่นนอกจากที่ระบุไว้ในคำสั่งนี้ หรือกรณีที่การสืบเสาะข้อเท็จจริงพาดพิงไปถึงข้าราชการตำรวจผู้อื่น และคณะกรรมการสืบสวนพิจารณาในเบื้องต้นแล้วเห็นว่า ข้าราชการตำรวจผู้นั้นมีส่วนร่วมหรือมีส่วนเกี่ยวข้องในการกระทำในเรื่องสืบสวนนั้นอยู่ ให้ประธานกรรมการรายงานมาโดยเร็ว มีรายงานเพิ่มเติมด้วยว่า รรท.ผบช.น.มีคำสั่งให้คณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงข้าราชการตำรวจกรณีดังกล่าว โดยมีรายชื่อไล่ตั้งแต่รอง ผบก.น.4 นายตำรวจสัญญาบัตร และชั้นประทวนสังกัด สน.ประเวศ รวมทั้งหมด 23 นายด้วย


ข่าวจาก: http://kopidaresi.com/?p=305