วันอังคารที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2558

รัฐโวคนฮิตสติกเกอร์ไลน์ค่านิยม12ประการ

929440นายยงยุทธ ยังได้ให้สัมภาษณ์ถึงเสียงวิพากษ์วิจารณ์ สติ๊กเกอร์ไลน์ "ค่านิยม 12 ประการ" ที่กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร(ไอซีที) จัดทำขึ้น ว่า ขณะนี้มียอดดาวน์โหลดไป 6 ล้านกว่าแล้ว ถือว่าสังคมตอบรับชัดเจน ในที่สุดสังคมก็ได้ใช้ประโยชน์ ได้รับความรู้ในเรื่องของค่านิยม 12 ประการ ตนดีใจที่ประชาชนใช้สติ๊กเกอร์ไลน์ดังกล่าวจำนวนมาก ส่วนที่มีการวิจารณ์ว่าราคาแพงนั้น นายยงยุทธ กล่าวว่า เมื่อวันที่ 6 ม.ค.ที่ผ่านมา นายพรชัย รุจิประภา รมว.ไอซีที ก็ยืนยันกับตนว่าการดำเนินการทุกอย่างถูกต้องและได้ต่อรองราคาอย่างเหมาะสมแล้ว

เมื่อถามว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)ได้มีการกำชับไม่ให้ใช้งบประมาณฟุ่มเฟือย นายยงยุทธ กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวไม่ใช่การฟุ่มเฟือย และเชื่อว่ายอดดาวน์โหลดคงถึง 7 ล้านรายอย่างแน่นอน ซึ่งจะตกรายละ 1 บาทเท่านั้นเมื่อวันที่ 7 ม.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายยงยุทธ ยุทธวงศ์ รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ภายหลัง นายมุน ซง โม เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลี ประจำประเทศไทย เข้าเยี่ยมคารวะ ว่า เป็นเรื่องน่ายินดีที่ได้เพิ่มความสัมพันธ์ที่มีมากว่า 40 ปี โอกาสนี้ นายมุน ซง โม ได้พูดถึงแนวทางที่ นายคิม จอง อึน ประธานาธิบดีเกาหลีเหนือ มีให้กับประชาชน ที่อยากให้มีการดำเนินการรวมชาติระหว่างเกาหลีเหนือ และเกาหลีใต้ ให้มากยิ่งขึ้น ซึ่งเราก็ได้ตอบไปว่าเป็นเรื่องน่ายินดี อะไรที่ไทยจะช่วยดำเนินการได้เราก็ยินดี พร้อมทั้งได้ฝากความปรารถนาดีไปยังนายคิม จอง อึน และหวังว่าเกาหลีเหนือ จะมีความร่วมมือกับมิตรประเทศทั่วโลกมากขึ้น เพราะเราต้องการให้ประเทศแถบนั้นมีความสุข และก่อนหน้านี้ นายมุน ซง โม ก็ได้พบกับรัฐมนตรีหลายกระทรวงแล้ว ไทยยินดีที่จะเป็นมิตรประเทศกับเกาหลีเหนือ

แหล่งที่มา  :  เดลินิวส์

Source: รัฐโวคนฮิตสติกเกอร์ไลน์ค่านิยม12ประการ

ลุงตู่ฝากเด็กบอกพ่อ-แม่ช่วยปท.สร้างปรองดอง

929373พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวด้วยว่า ในปี 2563 เราจะต้องร่วมมือกันทำให้ประเทศมีความมั่นคง ไม่มีการทะเลาะเบาะแว้ง ไทยแลนด์ปลอดภัย มีการสร้างความเข้มแข็ง ทั้งคน ดินแดน เศรษฐกิจ สังคม จิตวิทยา กฎหมาย ประชาชนมีความสุข มั่งคั่ง อย่างยั่งยืน ส่วนอนาคตจะคิดใหม่อย่างไรก็เป็นหน้าที่ของคนรุ่นต่อไปตนก็ไม่อยู่แล้ว วันนี้ประเทศไทยเดินหน้าตามแผนยุทธศาสตร์ของประเทศ ทุกคนคือส่วนร่วม อย่าให้ใครเข้ามาปลุกปั่นให้พวกเราแตกแยก ทะเลาะเบาะแว้งอีกเด็ดขาด เราไม่มีเวลาอีกแล้วที่จะแก้ไข มีเวลาในการปฏิรูปประเทศช่วงนี้เท่านั้น วันนี้ช่วยไปบอกพ่อแม่ทุกคนว่าเราต้องช่วยกัน ไม่ใช่ทุกอย่างจะแก้ไขได้ภายในช่วงระยะเวลาหนึ่งเท่านั้น แม้ตนไม่อยู่ ทุกคนก็ต้องทำต่อ ระหว่างการปฏิรูปทุกคนต้องไม่ทะเลาะกัน อยากให้ทุกคนมีหัวใจเหมือนนายกฯ คือมีหัวใจให้ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ โดยไม่ต้องคำนึงถึงสิ่งอื่นใด ทุกอย่างก็จะดีเอง เป็นมงคลกับชีวิต บ้านเมืองต้องสงบเรียบร้อย

ทั้งนี้ภายหลังกล่าวให้โอวาท นายกรัฐมนตรี ได้ร่วมถ่ายภาพเป็นที่ระลึกกับคณะเด็กและเยาวชนดีเด่น พร้อมเดินชมผลงานและสิ่งประดิษฐ์ที่เด็กและเยาวชนดีเด่นได้นำมามอบให้ อาทิ พวงมาลัยจากฝีมือนักเรียน สิงห์มงคลแกะสลักด้วยไม้ และผลิตภัณฑ์ของดีจากจังหวัดต่างๆ โดยพล.อ.ประยุทธ์ ได้หยิบภาพวาดสีน้ำมันรูปเหมือนนายกฯ ซึ่งเป็นผลงานของ ด.ช.ธรรพ์ธีรธรณ์ ธรรมเรืองฤทธ์ นักเรียนชั้น ป.4 รร.บ้านเรียนกุลาธรรมเรืองฤทธ์ ขึ้นมาดู พร้อมกล่าวหยอกล้อว่า "เราเป็นแบบนี้เหรอ" เมื่อผู้สื่อข่าวบอกว่าน่ารัก พล.อ.ประยุทธ์ ได้หันมายิ้ม พร้อมถือภาพดังกล่าว ให้ช่างภาพถ่ายรูปอย่างอารมณ์ดี

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ระหว่างที่นายกรัฐมนตรี เดินลงจากตึกไทยคู่ฟ้า ได้มีบรรดาผู้ปกครองและเด็กๆ มารอต้อนรับที่บริเวณทางเชื่อมจำนวนมาก และต่างตะโกนว่า "พวกเราอยากเจอนายกฯ เราทุกคนรักนายกฯ" ซึ่งนายกรัฐมนตรี ได้หันกลับมายกมือไหว้ขอบคุณ และโบกมือให้กับบรรดาผู้ปกครองที่ยืนต้อนรับ พร้อมกล่าวว่า "สวัสดีปีใหม่ทุกคนครับ ขอบคุณทุกๆ คนมาก" ก่อนที่จะเดินเข้าไปภายในตึกสันติไมตรี

เมื่อวันที่ 7 ม.ค. ที่ตึกสันติไมตรี (หลังนอก) ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้โอวาทกับคณะเด็กและเยาวชนดีเด่น และนำชื่อเสียงมาสู่ประเทศชาติ ประจำปี 2557 จำนวน 779 คน ที่เข้าเยี่ยมคาราวะ เนื่องในวันเด็กแห่งชาติประจำปี 2558 ว่า วันนี้ประเทศหยุดชะงักมานานพอสมควร อาจด้วยความขัดแย้ง ความไม่เข้าใจ ความเหลื่อมล้ำ ความยากจน สาเหตุเกิดมาจากคน ดังนั้นผู้บริหาร ข้าราชการ ภาคธุรกิจเอกชน ประชาชน ต้องร่วมมือพัฒนาประเทศไปสู่อนาคตที่ยั่งยืน รัฐบาลกำหนดวิสัยทัศน์ไว้ชัดเจนว่าเราจะต้องเป็นประเทศที่มั่นคงและมั่งคั่งอย่างยั่งยืนใน 5 ปี ข้างหน้า จำเป็นต้องปรับตัวให้สอดคล้องกับประชาคมอื่นๆ ให้ได้ ไม่เช่นประเทศก็ไปไหนไม่ได้ จะกลับมาสู่ความขัดแย้งเช่นเดิม มีคนมาเอารัดเอาเปรียบ มีคนเข้ามาปลูกฝังในทางที่ไม่ถูกต้อง ขณะนี้รัฐบาลจึงพยายามทำทุกอย่างเพื่อขับเคลื่อนประเทศ ไม่ให้มีความขัดแย้งเกิดขึ้นในอนาคต รัฐบาลจะดูทุกเรื่อง การที่พวกเราทำวันนี้อาจจะไม่ทันเวลา เนื่องจากเวลามีจำกัด แต่ก็สามารถฝากความหวังไว้กับเยาวชน ซึ่งต้องมีความคาดหวังว่าอนาคตต้องการเป็นอะไร ไม่ใช่แค่ต้องการจะรับราชการอย่างเดียว

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า วันนี้เราขาดแคลนคนหลายประเภท อาทิ ข้าราชการที่มีคุณภาพ ซื่อสัตย์ โปร่งใส ไม่ทุจริต นอกจากนี้เรายังขาดแคลนนักวิทยาศาสตร์ นักวิจัยพัฒนา วิศวกร ธุรกิจการบริการ การท่องเที่ยว ยังมีความขาดแคลน ประเทศไทยต้องพัฒนาด้วยวิทยาศาสตร์ ประเทศมหาอำนาจทั่วไปมีนักวิทยาศาสตร์ นักวิจัย 6 หมื่นคน ที่สามารถผลิต วิจัย พัฒนา คนคว้านวัตกรรมใหม่ๆ ได้ ถ้าเราไม่คิดตรงนี้ประเทศไทยก็จะหยุดอยู่แค่นี้ รัฐบาลจึงพยายามส่งเสริมภาคเอกชนให้เข้ามามีส่วนร่วม ขอฝากเยาวชนว่าเราต้องใช้เงินทุกบาททุกสตางค์อย่างมีคุณค่า ตั้งใจเรียนหนังสือ เมื่อเราสร้างสังคมที่ดีได้ สังคมก็จะมีความเข้มแข็ง ยั่งยืน อนาคตเป็นสิ่งที่ทุกคนหวาดหวัง อย่าท้อแท้ ท้อถอย ต้องมีคุณธรรม และมองอนาคตในปีต่อไป ต้องแก้ไขสิ่งที่ผิด อย่าเอาเวลามาสนุกสนานย่างเดียว และขอฝากถึงการใช้โซเชียลมีเดีย และการใช้โทรศัพท์ อย่าให้มาชี้นำ หรือมาครอบงำเราได้ ทั้งเกม การพนัน ยาเสพติด เพราะสิ่งเหล่านี้ทำให้ประเทศถอยหลัง ก่อให้เกิดอาชญากรรม ความเลวร้าย ทุกคนต้องมีสติ ทำตามค่านิยม 12 ประการ

แหล่งที่มา  :  เดลินิวส์

Source: ลุงตู่ฝากเด็กบอกพ่อ-แม่ช่วยปท.สร้างปรองดอง

ผู้ส่งออกจี้เรือยกเลิกใบรับของ

928860ทั้งนี้ทราบมาว่าบริษัทเดินเรือในบางประเทศลงข่าวว่า จะปรับขึ้นราคาในเร็ว ๆ นี้แน่นอน โดยไม่ฟังการขอความร่วมมือจากกรมการค้าภายใน ซึ่งตรงนี้สภาฯจะมีการติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และหากเป็นจริงตามกระแสข่าวก็อยากให้รัฐบาลเข้ามาช่วยเหลือตรงนี้ด้วย

ผู้ สื่อข่าวรายงานว่าก่อนหน้านี้กรมการค้าภายในได้ขอให้ทางบริษัทเดินเรือชะลอ การปรับขึ้นค่าบริการเทอร์มินอลแฮนด์ลิ้ง ชาร์จออกไปก่อน 60 วัน หรือจากเดิมที่มีการประกาศปรับขึ้นในวันที่ 1 ม.ค. 58 ให้เลื่อนจนไปถึงสิ้นเดือนก.พ. ซึ่งในระหว่างนี้จะมีการตั้งคณะทำงานขึ้นมาเพื่อข้อสรุปถึงอัตราที่เหมาะ สมในการจัดเก็บค่าบริการดังกล่าวต่อไป

ทั้งนี้กรมฯมองว่าอัตราที่เก็บ เพิ่มถึง 60-70% สูงเกินไป และก็มีผู้ที่ได้รับผลกระทบร้องเรียนมาให้รัฐบาลช่วยเหลือ อย่างไรก็ตามหากทางบริษัทเดินเรือไม่ยอมชะลอ ก็คงต้องนำเข้าบัญชีบริการควบคุม ตามพ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ. 2542 ซึ่งทางตัวแทนที่เข้ามาร่วมประชุมจึงยินยอม และจะแจ้งไปยังบริษัทแม่เพื่อให้รับทราบถึงการชะลอครั้งนี้ต่อไป

นายวัลลภ กล่าวว่า ในส่วนของการปรับขึ้นค่าเทอร์มินอลแฮนด์ลิ้ง ชาร์จ ที่สายเดินเรือจะปรับขึ้น 70-75% นั้นทางสภาฯ ได้เสนอเรื่องนี้ให้คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ช่วยเหลือแล้ว และคาดว่ากกร. จะเสนอเรื่องนี้เข้าที่หารือในที่ประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อ แก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ (กรอ.) เพื่อหาแนวทางในการช่วยเหลือผู้ส่งออกถูกเอาเปรียบต่อไป

นายนพพร เทพสิทธา ประธานสภาผู้ส่งออกสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ความคืบหน้าเรื่องการปรับขึ้นค่าเทอร์มินอลแฮนด์ลิ้ง ชาร์จ ที่สายเดินเรือจะปรับขั้นช่วงต้นเดือน ม.ค.นี้ สูงขึ้นกว่าเดิม 75% ล่าสุดกรมการค้าภายในได้ประชุมร่วมกับสายเดินเรือชะลอการขึ้นราคาดังกล่าว ออกไปก่อน 60 วัน และจัดตั้งคณะทำงานร่วมกันศึกษาอัตราที่เหมาะสม ซึ่งในเรื่องนี้ถือเป็น สงครามการค้าที่กำลังเกิดขึ้น เพราะบริษัทใหญ่มีอำนาจต่อรองมากกว่า เป็นผลมาจากการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ซึ่งต้องให้รัฐบาลเข้ามาแก้ปัญหาอย่างเร่งด่วน

นายวัลลภ วิตนากร รองประธานสภาผู้ส่งออกสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ผู้ส่งออกต้องการให้บริษัทเดินเรือยกเลิกการเก็บค่าเอกสารใบตราส่ง หรือ ใบรับของกับผู้ส่งออก 1,200 บาทต่อชุด (12 แผ่น) เนื่องจากผู้ส่งออกได้จ่ายค่าขนส่งไปแล้ว แต่บริษัทเดินเรือกลับมาคิดค่าบริการเอกสารเพิ่มเติม จนเป็นภาระต่อผู้ส่งออกไทยปีละไม่ต่ำกว่า 1,000 ล้านบาทต่อปี ทั้งๆที่ต้นทุนของใบตราส่ง 1 บาทต่อเอกสาร 1 แผ่นเท่านั้น

“การเก็บ ค่าเอกสารของใบรับของเก็บ กับกรณีที่โรงหนังมาเก็บต้นทุนค่าตั๋ว และบริการตรวจตั๋วหนังเพิ่ม นอกเหนือจากที่ประชาชนต้องต้องจ่ายค่าภาพยนตร์ที่ โรงหนังคิดเหมาไปหมดแล้ว ซึ่งตรงนี้ไม่เป็นธรรมกับผู้บริโภค เหมือนกับใบรับของที่สายเดินเรือเก็บ 1,200 บาทต่อชุด โดย 1 ชุดมี 12 แผ่น หรือต้นทุนตรงนี้แค่ชุดละ 12 บาทแต่มาเก็บกับผู้ส่งออกถึง 100 เท่า”

แหล่งที่มา  :  เดลินิวส์

Source: ผู้ส่งออกจี้เรือยกเลิกใบรับของ

กูรูชี้สื่อสาร-รับเหมามาแรง

928304ลงทุนอย่างระมัดระวัง

ท้าย ที่สุดภาวะเศรษฐกิจโลกกลับเป็นเรื่องที่ไว้ใจไม่เคยได้ แม้สภาพคล่องที่จะล้นตลาดในช่วงครึ่งปีแรก จากการอัดฉีดกระตุ้นเศรษฐกิจในหลายประเทศ แต่ยังมีความเสี่ยงที่การขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารสหรัฐจะดึงเงินทุนไหลกลับ และลดความน่าสนใจของ ตลาดเกิดใหม่ลง โดยผู้คร่ำหวอดในวงการค้าหุ้นอันดับต้น ๆ “ก้องเกียรติ โอภาสวงการ “ ประธานกรรมการ บริษัท หลักทรัพย์ เอเซีย พลัส ออกโรงเตือนว่าปี 2558 สภาพคล่องของตลาดโลกอยู่ในระดับสูง แต่ยอมรับว่าโอกาสที่สภาพคล่องจะไหลเข้าลงทุนในไทยมีน้อยมาก เพราะความแข็งแกร่งของตลาดขนาดใหญ่อย่างสหรัฐที่มีสัญญาณเศรษฐกิจฟื้นตัวมี แรงจูงใจต่อนักลงทุนมากกว่า ในขณะที่ในภูมิภาคเอเชีย ตลาดจีน, ญี่ปุ่น และไต้หวันจะมีกระแสเงินทุนต่างชาติไหลเข้ามากที่สุด สะท้อนว่าไทยยังไม่อยู่ในจุดที่น่าสนใจจากนักลงทุนต่างชาติมากนัก ดังนั้นแรงซื้อขายส่วนใหญ่มาจากนักลงทุนในประเทศเป็นหลัก และระมัดระวังในการซื้อขายมากขึ้น

ด้านโบรกเกอร์เกิดอาการ “เสียงแตก” มีความเห็นไม่สอดคล้องกันมากเท่าไรนัก เนื่องจากปัจจัยความผันผวนในปี 2558 ค้ำคอไม่มีใครยอมกล้าฟันธงให้เสียชื่อเสียงเล่น ๆ ได้แต่แนะนำนักลงทุนให้ระแวดระวังกันเอาเอง ขณะเดียวกันน้ำหนักความโดดเด่นของภาวะตลาดส่วนใหญ่ ยังเน้นที่ครึ่งปีแรกเป็นหลักจากสภาพคล่องที่คาดว่าจะเพิ่มสูงขึ้น เพราะในช่วงครึ่งปีหลังหากธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ขึ้นดอกเบี้ย ดังนั้นการลงทุนปีนี้ถือเป็นสนามประลองความท้าทายได้เป็นอย่างดี ที่ตอบรับปัจจัยบวกจนสุดโต่ง และความผันผวนที่รุนแรงเกินคาดเดา และผู้แข็งแกร่งเท่านั้นที่จะอยู่รอด.

กลุ่มน้องใหม่ไฟแรง

มา เร็วเคลมเร็วกับกลุ่มธุรกิจหน้าใหม่ ทีวีดิจิตอล เนื่องจากอัตราค่าโฆษณาที่ต่ำกว่าฟรีทีวีอนาล็อก 10 เท่าตัว และทิศทางการเข้าถึงครัวเรือนเทียบเท่าฟรีทีวีอนาล็อกภายใน 2-3 ปี ผู้ประกอบการสินค้าและบริการเริ่มหันมาใช้งบโฆษณาในสื่อทีวีดิจิตอลมากขึ้น ส่งให้มูลค่าเงินโฆษณาสื่อทีวีดิจิตอลเติบโต และอัตราค่าโฆษณามีแต่จะพุ่งสูงขึ้น อย่างไรก็ตามขึ้นอยู่กับกลยุทธ์ในการดึงโฆษณา เพราะภายใต้การแข่งขันที่ดุเดือด รวมถึงการแย่งเนื้อหารายการที่เคยป้อนให้แต่ช่องหลักนั้นถูกกระจายมากขึ้น ส่งผลให้มีการแบ่งเค้กเรตติ้งแบบยิบย่อยทำเอาเจ้าเก่า ๆ อย่างทีวีอนาล็อก อาจเจ็บหนักมากกว่าคนอื่น

จับตาหุ้นพลังงาน

จากราคา น้ำมันดิบในตลาดโลกพ่นพิษ ลดลงต่ำสุดในรอบ 5 ปี กดดันของราคาของหุ้นกลุ่มพลังงานเคลื่อนไหวในระดับต่ำ ซึ่งเซียนหุ้นพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าทำได้แค่จับตามอง เพราะราคาที่ยังไม่ทรงตัวส่งผลให้ความไม่แน่นอนสูงตามไปด้วย โดยองค์การประเทศผู้ส่งน้ำมันเป็นสินค้าออก (โอเปก) คาดว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ น่าจะทรงตัวในระดับ 65 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ไปอย่างน้อยในระยะ 6 เดือนแรกของปี 2558 และจะฟื้นตัวขึ้นสู่ระดับเกิน 80 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ในช่วงครึ่งปีหลัง ด้วยความคาดหวังว่าเศรษฐกิจโลกจะมีแนวโน้มฟื้นตัว อีกทั้งต้นปีจะมีการปรับโครงสร้างพลังงานในประเทศ ซึ่งหุ้นกลุ่มพลังงานมีขนาดใหญ่สามารถควบคุมการเคลื่อนไหวของดัชนีอย่างเด่น ชัด และอาจไม่เหมาะกับการลงทุนที่เข้าซื้อเก็งกำไรระยะสั้น แต่เชื่อมั่นว่ายังไงกลุ่มพลังงานมีความจำเป็นต่อการเติบโตของประเทศในอนาคต ในขณะเดียวกันอานิสงส์จากวิกฤติราคาน้ำมัน ผลักดันให้กลุ่มอุตสาหกรรมการบิน ม้านอกสายตากลับมาได้รับความสนใจเพิ่มมากขึ้น พร้อมแรงหนุนจากการเติบโตของภาคท่องเที่ยว หลัง คลายความกังวลด้านปัญหาทางการเมืองไปได้ระดับหนึ่ง

รอคอยกลุ่มก่อสร้าง

ใน ขณะที่กลุ่มรับเหมาก่อสร้างและอสังหาริมทรัพย์ คาดได้รับอานิสงส์จากการลงทุนขนาดใหญ่ของภาครัฐที่เป็นตัวชูโรงในการกระตุ้น เศรษฐกิจที่สำคัญในปี 2558 แต่กลับต้องรอประเมินความชัดเจนให้เพิ่มมากขึ้น เพราะตั้งหน้ารอเก้อมาหลายรัฐบาล ทั้ง ๆ ที่มีแผนแต่ไม่สามารถลงมือทำได้จริง โครงการโครงสร้างพื้นฐานภายใต้วงเงิน 2 ล้านล้านบาท ซึ่งจะประมูลในปีนี้มูลค่าประมาณ 360,000 ล้านบาท โดยโครงการรถไฟฟ้าสายสีต่าง ๆ มีสัดส่วนมากสุดประมาณ 250,000 ล้านบาท หรือ 70% ของงบทั้งปี คาดผลักดันให้กลุ่มรับเหมาก่อสร้างมีความโดดเด่นมากยิ่งขึ้น ควรเน้นหุ้นที่คาดจะได้ประโยชน์โดยตรงจากโครงการรถไฟฟ้าที่คาดว่ามีความ พร้อมต่อการเปิดประมูลมากที่สุด ส่งผลดีไปยังหุ้นวัสดุก่อสร้างขนาดเล็ก อย่าง เหล็ก หรืออิฐมวลเบาเติบโตได้แบบก้าวกระโดด

หุ้นแบงก์ยังแข็งแกร่ง

อย่าง ไรก็ตามในปีหน้าหัวใจหลักในการลงทุน คือ เลือกเล่นหุ้นใหญ่ โดยเฉพาะกลุ่มธนาคารพาณิชย์ แม้การเติบโตของสินเชื่อจะอ่อนตัวลงในช่วงที่ผ่านมา แต่ธนาคารยังสามารถทำรายได้จากค่าธรรมเนียมได้อยู่ในระดับดี ประกอบกับหนี้สินภาคครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง แต่กลับกลายเป็นเรื่องปกติที่หลายฝ่ายให้ความกังวลลดน้อยลง เพราะเชื่อมั่นว่าเป็นผลกระทบจากนโยบายรถคันแรกเพียงอุตสาหกรรมเดียว ประเมินว่าความต้องการสินเชื่อเพิ่มมากขึ้นตามลำดับ เพื่อรองรับการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ ผลักดันกำลังซื้อให้เพิ่มมากขึ้น

ตลอดปี 57 ที่ผ่านมาตลาดหุ้นไทยเรียกได้ว่าครบรสชาติ โดยดัชนีเคลื่อนไหวผันผวนอย่างแรงระหว่าง 1,200-1,600 จุด รวมทั้งเผชิญปัญหาความวุ่นวายทางการเมือง ตลอดจนความเสี่ยงด้านเศรษฐกิจทั้งในและต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง แม้กระทั่งโค้งสุดท้ายของปี ที่ยังสร้างสถิติใหม่แบบน่าใจหายด้วยการทิ้งดิ่ง 138 จุด ในวันเดียว ด้วยมูลค่าซื้อขายสูงสุดนับตั้งแต่ก่อตั้งตลาดหลักทรัพย์ฯ จากปัจจัยแวดล้อมที่ดูไร้เหตุผลทำเอานักลงทุนใจหายใจคว่ำไปตาม ๆ กัน

เริ่ม เข้าปี 2558 นักลงทุนต้องเตรียมพร้อม พกเงินลงทุนเพื่อรับมือกันใหม่อีกครั้ง หลายคนมากับความคาดหวังเต็มเปี่ยม จากฝ่ายเศรษฐกิจในประเทศที่สร้างความเชื่อมั่นจะสามารถผลักดันการขยายตัวทาง เศรษฐกิจไทยฟื้นตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง พร้อมวาดฝันเมกะโปรเจคท์และอนุมัติงบลงทุนปี 2558 ให้นักลงทุนรอจ่อซื้อเก็งกำไรกันตัวสั่น

กลุ่มสื่อสารนำทัพ

แต่ แล้วกลุ่มที่กูรูหุ้นส่งซิกให้นักลงทุนเข้าไปจับจองกลับกลายเป็นหุ้นกลุ่ม สื่อสาร แม้เคยถูกแช่แข็งจากการเลื่อนประมูลคลื่นความถี่ 4 จี ที่โซซัดโซเซในช่วงแรก แต่ในขณะนี้กลับมีกำไรดีขึ้นค่อนข้างมาก เนื่องจากการปรับเปลี่ยนระบบลูกค้ามาใช้ 3 จีมากขึ้น ทำให้มีรายได้อยู่ในระดับสูงรวมถึงการขายสินค้าไอทีที่ได้รับความนิยมเข้ามา เป็นส่วนช่วยเสริมรายได้ให้เพิ่มมากขึ้น ดังนั้นกลุ่มสื่อสารมีความโดดเด่นสูงสุด ภายหลังการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างเศรษฐกิจใหม่เป็น ดิจิตอล อีโคโนมี ซึ่งจะมีการประมูล4จี บนคลื่นความถี่1800เมกะเฮิรตซ์ รวมถึงการยิงดาวเทียมไทยคม 8 เข้ามาผลักดันบรรยากาศการลงทุนในกลุ่มให้คึกคัก ซึ่งความต้องการเทคโนโลยีการสื่อสารในบ้านเรามีเพิ่มต่อเนื่องตลอดเวลา ถึงขั้นเป็นปัจจัยที่ 5 ของชีวิต อีกทั้งยังมองไม่เห็นปัจจัยเชิงลบที่จะเข้ามากดดันที่เด่นชัด

แหล่งที่มา  :  เดลินิวส์

Reference: กูรูชี้สื่อสาร-รับเหมามาแรง

วันจันทร์ที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2558

ไม่สบายใจ กต.เชิญอุปทูตนิวซีแลนด์ แจงให้ที่พำนัก ‘ตั้ง อาชีวะ’

EyWwB5WU57MYnKOuFNBzsetThAYQuYGzSIj29xTw7uAk2bRX366KJuด้วยเหตุนี้ ฝ่ายไทยจึงได้ขอให้ฝ่ายนิวซีแลนด์ให้ความกระจ่างเกี่ยวกับการพำนักอยู่ในนิวซีแลนด์ของนายเอกภพ และขอร้องให้ฝ่ายนิวซีแลนด์ได้ดำเนินการที่เหมาะสมเพื่อไม่ให้มีการเคลื่อนไหวที่ไม่เหมาะสมดังกล่าว โดยคำนึงถึงความสัมพันธ์และมิตรภาพระหว่างประเทศทั้งสอง

ทั้งนี้ กระทรวงการต่างประเทศได้รับรายงานจากสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเวลลิงตัน ประเทศนิวซีแลนด์ ว่าขณะนี้ มีกลุ่มชุมชนชาวไทยที่พำนักอยู่ในนิวซีแลนด์ได้เปิดเว็บไซต์และเฟซบุ๊ก โดยโพสต์ข้อความคัดค้านกรณีการได้ถิ่นพำนักและได้เอกสารนิวซีแลนด์ของนายเอกภพ และการที่นายเอกภพ ใช้สถานะดังกล่าวในการเคลื่อนไหวทางการเมือง

นอกจากนั้น ชุมชนไทยยังได้ส่งจดหมายถึงนายจอห์น คีย์ นายกรัฐมนตรีนิวซีแลนด์ และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรฝ่ายค้าน เพื่อแสดงการคัดค้านต่อการให้สถานะแก่บุคคลดังกล่าว อีกทั้งชุมชนไทยบางส่วนได้รวบรวมรายชื่อผู้สนับสนุนเพื่อเรียกร้องต่อรัฐบาลนิวซีแลนด์ให้เพิกถอนสถานะของนายเอกภพ และยังมีชาวนิวซีแลนด์บางส่วนได้ส่งจดหมายถึงนายกรัฐมนตรีนิวซีแลนด์ เพื่อเรียกร้องในกรณีดังกล่าวด้วย

จากกรณี นายเอกภพ เหลือรา หรือรู้จักกันดีในชื่อ ‘ตั้ง อาชีวะ’ ผู้ต้องหาคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ได้โพสต์ข้อความลงเฟซบุ๊กส่วนตัว เมื่อต้นเดือนธันวาคม 2557 ระบุว่า ตนได้รับหนังสือเดินทางของนิวซีแลนด์และได้พำนักอยู่ในประเทศนิวซีแลนด์เรียบร้อยแล้วนั้น

กระทรวงการต่างประเทศได้มีรายงานผ่านทางเว็บไซต์เมื่อ 5 ม.ค.ว่า กระทรวงการต่างประเทศได้เชิญอุปทูตสถานเอกอัครราชทูตนิวซีแลนด์ ประจำประเทศไทย เข้าพบเมื่อวันที่ 30 ธันวาคม 2557 เพื่อขอรับทราบเกี่ยวกับสถานะของนายเอกภพ เหลือรา ในการพำนักอยู่ในนิวซีแลนด์ เนื่องจากนายเอกภพ มีพฤติกรรมและความเคลื่อนไหวทางการเมืองในลักษณะที่ไม่น่าจะเหมาะสม หรือสอดคล้องกับสถานะที่ได้รับจากรัฐบาลนิวซีแลนด์ ซึ่งส่งผลกระทบต่อความรู้สึกของประชาชนไทยที่เคารพเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ รวมทั้งไม่ส่งผลดีต่อความพยายามที่จะสร้างความปรองดองและสมานฉันท์ในประเทศไทย และไม่สะท้อนถึงความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างไทยและนิวซีแลนด์กต.เชิญอุปทูตนิวซีแลนด์เข้าพบ ขอรับทราบสถานะของ ‘ตั้ง อาชีวะ’ ที่กำลังพำนักอยู่ในแดนกีวี ชี้มีพฤติกรรมและความเคลื่อนไหวไม่เหมาะสมกับสถานะที่ได้รับ ขณะที่มีชุมชนชาวไทยในนิวซีแลนด์เปิดเว็บไซต์และเฟซบุ๊กคัดค้านแล้ว

แหล่งที่มา  :  ไทยรัฐ

Source: ไม่สบายใจ กต.เชิญอุปทูตนิวซีแลนด์ แจงให้ที่พำนัก ‘ตั้ง อาชีวะ’

พบอีก 3ร่างเหยื่อเที่ยวบินQZ8501 รวม 37 ทีมค้นหาเจออุปสรรคคลื่นสูง

EyWwB5WU57MYnKOuFNBzsPDWNAWC97gRb5O6w2WqIsq6mWGTudkhRPอย่างไรก็ตาม จนถึงขณะนี้ หน่วยงาน BASARNAS ยืนยัน พบร่างของผู้โดยสารทั้งสิ้น 37 คน โดยหน่วยงาน DVI POLRI ได้ตรวจพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคลของผู้โดยสารแล้วเสร็จทั้งหมด 13 คน ส่วนอีก 24 คนยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ ด้านกรมตำรวจยืนยันได้ส่งผู้เชี่ยวชาญการตรวจพิสูจน์อัตลักษณ์ผู้ประสบภัยพิบัติทั้งสิ้น 229 คน เพื่อมาร่วมในการทำงานครั้งนี้

สำหรับปฏิบัติการค้นหาและกู้ภัย จะเริ่มทำงานอีกครั้งในวันพรุ่งนี้ คาดการณ์ว่าจะมีคลื่นสูง 2-3 เมตร หน่วยงาน BASARNAS ยืนยันว่าจะส่งเรือ 5 ลำเพื่อมุ่งเน้นภารกิจการค้นหากล่องดำ โดยสายการบินแอร์เอเชียอินโดนีเซีย อยากจะขอโอกาสนี้ ขอร้องให้ประชาชนติดตามความคืบหน้าของการค้นหาและเคลื่อนย้ายร่างของผู้โดยสารเที่ยวบิน QZ8501 รวมทั้งความคืบหน้าในการตรวจพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคล โดยอ้างอิงข้อมูลอย่างเป็นทางการจากหน่วยงาน BASARNAS และ DVI POLRI เท่านั้น

นอกจากนี้ ครอบครัวของผู้โดยสาร ยังได้รับเชิญให้ไปร่วมในพิธีโปรยดอกไม้ในบริเวณที่ปฏิบัติการค้นหา ซึ่งจะมีการประกาศวันทำพิธีในภายหลัง โดยกองทัพของอินโดนีเซีย จะจัดเตรียมเครื่องบินและเรือให้กับครอบครัวของผู้โดยสาร

ขณะที่หน่วยงานตรวจพิสูจน์อัตลักษณ์ผู้ประสบภัยพิบัติของสำนักงานตำรวจแห่งสาธารณรัฐอินโดนีเซีย หรือ DVI POLRI ประกาศยืนยันรายชื่อของผู้โดยสารของเที่ยวบิน QZ8501 เพิ่มอีก 4 คน หลังตรวจพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคลเรียบร้อยแล้ว ได้แก่ Tony Linaksita (เพศชาย) Shiane Josal (เพศหญิง) Lim Yan Koen (เพศชาย) และ Yongki Jou (เพศชาย) สายการบินแอร์เอเชียอินโดนีเซีย ได้ส่งมอบร่างของผู้โดยสารให้กับครอบครัว ที่โรงพยาบาลบายังคารา เมืองสุราบายา เมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ปฏิบัติการค้นหามุ่งเน้นพื้นที่ฝั่งตะวันออกของทะเลชวา ใช้เรือ 50 ลำและนักประดาน้ำกว่า 80 คนเพื่อสำรวจโดยรอบบริเวณนี้ ซึ่งหน่วยงาน BASARNAS ยืนยันปฏิบัติการค้นหาและกู้ภัยวันนี้( 5 ม.ค.) พบร่างผู้โดยสารเพิ่มอีก 3 คน และชิ้นส่วนเครื่องบินอีกจำนวนหนึ่ง เช่น ที่นั่งโดยสาร และหน้ากากออกซิเจน โดยร่างของผู้โดยสารทั้ง 3 คนได้ถูกเคลื่อนย้ายไปยังเมืองสุราบายา เพื่อพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคลต่อไป

ทั้งนี้ เมื่อช่วงเช้า นายพล Moeldoko ผู้บัญชาการกองทัพของอินโดนีเซีย และนายพล Sutarman ผู้บัญชาการตำรวจของอินโดนีเซีย ได้เดินทางมายังศูนย์ประสานงานในสถานการณ์ฉุกเฉินที่โรงพยาบาลบายังคารา เมืองสุราบายา เพื่อแสดงความเสียใจต่อครอบครัวและญาติของผู้โดยสารบนเที่ยวบิน QZ8501 โดยผู้บัญชาการกองทัพของอินโดนีเซีย ขอร้องให้ครอบครัวและญาติของผู้โดยสารอดทน และเข้าใจ พร้อมให้ความมั่นใจว่า กระบวนการค้นหาและเคลื่อนย้ายร่างของผู้โดยสารยังดำเนินการต่อไป ภายใต้การดูแลของกองทัพเรือ นาวิกโยธิน และกองทัพอากาศ

พบร่างเหยื่อเที่ยวบินQZ8501 เพิ่ม 3 รวม 37 คน และชิ้นส่วนเครื่องบิน พิสูจน์อัตลักษณ์บุคคลแล้ว 13 คน ขณะที่ทีมกู้ภัย-ค้นหา ยังคงเจออุปสรรคคลื่นสูงทะเลชวา 4-5 เมตร ส่งเรือ 5 ลำค้นหากล่องดำ

เมื่อวันที่ 5 ม.ค. เฟซบุ๊กสายการบินแอร์เอเชีย ประเทศไทย ออกคำชี้แจงฉบับที่ 12 ถึงความคืบหน้าปฏิบัติการค้นหาและกู้ภัย เครื่องบินของแอร์เอเชีย อินโดนีเซีย เที่ยวบินที่ QZ8501 ณ เวลา 20.00 น. ตามเวลาท้องถิ่นเมืองสุราบายา ประเทศอินโดนีเซีย ว่า สภาพอากาศยังคงเป็นอุปสรรคหลักของปฏิบัติการค้นหาและกู้ภัย ที่นำโดยหน่วยค้นหาและกู้ภัยแห่งสาธารณรัฐอินโดนีเซีย หรือ BASARNAS โดยมีรายงานคลื่นสูง 4-5 เมตร

แหล่งที่มา  :  ไทยรัฐ

Source: พบอีก 3ร่างเหยื่อเที่ยวบินQZ8501 รวม 37 ทีมค้นหาเจออุปสรรคคลื่นสูง

อินโดฯสั่งพักงานจนท.รู้เห็นคิวแซด8501ขึ้นบินนอกตาราง

928089ทั้งนี้ พล.อ.มัลโดโก ผู้บัญชาการทหารสูงสุดของอินโดนีเซีย เสนอแนวคิดใช้เรือของกองทัพครอบครัวของเหยื่อไปยังจุดเกิดเหตุเพื่อแสดงความ ไว้อาลัย โดยหวังว่าจะเป็นวิธีช่วยบรรเทาความเศร้าโศกและความรู้สึกสูญเสียได้ ขณะที่ เมื่อช่วงเย็นวันอาทิตย์ น.ส.แอนเจลา อังกี รานาสเตียนิส บุตรสาวของกัปตันอิริยานโต นักบินของคิวแซด 8501 ได้ออกมาเรียกร้องผ่านสื่อ ขอความเห็นใจจากสังคม อย่าได้กล่าวหาบิดาของเธอ โดยแอนเจลากล่าวว่า Inchเขาก็เป็นเพียงเหยื่ออีกรายหนึ่ง และตอนนี้ก็ยังไม่พบร่างของเขา เราต่างก็ทุกข์ระทมอย่างมาก ในฐานะลูกสาว สิ่งที่เกิดขึ้นมันยากที่จะรับได้ ขอให้เข้าใจด้วยว่า ไม่มีกัปตันคนไหนอยากทำร้ายผู้โดยสารของเขาหรอกInch

คิวแซด 8501 ออกเดินทางเมื่อช่วงเช้าตรู่ของวันอาทิตย์ที่ 28 ธ.ค. พร้อมด้วยผู้โดยสาร 155 คน และลูกเรือ 7 คน ส่วนใหญ่เป็นชาวอินโดนีเซีย โดยนักบินแจ้งขอเพิ่มระดับเพดานบินเพื่อเลี่ยงสภาพอากาศเลวร้ายก่อนจะได้รับ คำปฏิเสธและขาดการติดต่อไปเพียงไม่ถึง 40 นาทีหลังขึ้นบิน ขณะบินอยู่เหนือทะเลชวาระหว่างเกาะบันลิตุงและเกาะบอร์เนียว.

ในปฏิบัติการค้นหาครั้งซึ่งดำเนินมาเป็นวันที่ 9 แล้ว ได้รับความร่วมมืออย่างดีจากนานาชาติ รวมถึงสหรัฐและรัสเซียด้วย ซึ่งวางแผนจะขยายขอบเขตพื้นที่ค้นหาออกไปทางตะวันออก เนื่องจากคาดว่าชิ้นส่วนเครื่องบินอาจถูกกระแสน้ำพัดลอยห่างไป โดยในช่วงเช้าตรู่ของแต่ละวัน บรรดาเครื่องบินในทีมปฏิบัติการ จะออกเดินทางจากจุดที่ใกล้ที่สุดคือเมืองปังกาลาน บัน เพื่อสังเกตการณ์พื้นผิวน้ำ ขณะที่เรือเร็วอีกจำนวนหนึ่งจะลัดเลาะไปตามแนวชายฝั่งเพื่อมองหาศพที่อาจ ถุูกน้ำพัดมาเกยฝั่ง

ด้านสำนักอุตุนิมวิทยาอินโดนีเซีย (บีเอ็มเคจี) ระบุว่า สภาพอากาศเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุครั้งนี้ โดยรายงานที่มีออกมาก่อนหน้านี้ อ้างถึงภาพดาวเทียมอินฟราเรดที่แสดงให้เห็นภาพคิวแซด 8501 บินฝ่ากลุ่มเมฆที่มีอุณหภูมิต่ำ -80 ถึง -85 องศาเซลเซียส ซึ่งเป็นไปได้ว่าทำให้เกิดน้ำแข็งเกาะและทำให้เครื่องยนต์ไม่ทำงาน แต่ยังคงมีข้อสงสัยว่า เหตุใดเครื่องบินลำอื่นๆ ที่บินในเส้นทางเดียวกันจึงไม่ได้รับผลกระทบ ขณะที่นักวิเคราะห์มองว่า หลักฐานเท่านี้ไม่เพียงพอต่อการอธิบายถึงสาเหตุ ควรรอจนกว่าจะได้ข้อมูลจากเครื่องบันทึกเสียงในห้องนักบินและเครื่องบันทึก ข้อมูลการบิน (กล่องดำ) ซึ่งยังตามหาไม่พบ

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองปังกาลาน บัน ประเทศอินโดนีเซีย เมื่อวันที่ 5 ม.ค. ว่า กระทรวงคมนาคมอินโดนีเซียสั่งพักงานเจ้าหน้าที่ท่าอากาศยานและหอควบคุมการ บิน ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการขึ้นบินของเที่ยวบิน คิวแซด 8501 สายการบินแอร์เอเชียอินโดนีเซีย ในเส้นทางจากเมืองสุราบายาสู่สิงคโปร์ เมื่อวันที่ 28 ธ.ค. ซึ่งจากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า เป็นการละเมิดใบอนุญาต เนื่องจากสายการบินแอร์เอเชียอินโดนีเซีย ไม่มีสิทธิ์ขึ้นบินในเส้นทางนี้ในช่วงเวลาดังกล่าว โดยการสืบสวนมุ่งไปยังประเด็นที่ว่า คิวแซด 8501 ขึ้นบินด้วยตารางบินที่ไม่ได้รับอนุญาตได้อย่างไรโดยที่กระทรวงฯ ไม่รู้ นอกจากนี้ ยังเร่งตรวจสอบไปยังสายการบินในประเทศอื่นๆ ว่ามีการละเมิดใบอนุญาตการบินเช่นนี้อีกหรือไม่ ซึ่งหากพบจะถูกสั่งระงับการบินในทันที เช่นเดียวกับที่เส้นทางบินดังกล่าวของแอร์เอเชียได้ถูกระงับไปแล้ว

ส่วนความคืบหน้าปฏิบัติการค้นหาเมื่อวันจันทร์ นายบัมบัง โซลิสต์โย ผู้อำนวยการสำนักงานค้นหาและช่วยเหลือผู้ประสบภัยแห่งชาติอินโดนีเซีย หรือบาซาร์นาส เผยว่า พบร่างผู้เสียชีวิตเพิ่มเติมอีก 3 ศพ รวมเป็น 37 ศพ ขณะที่ทัศนวิสัยในระดับต่ำและกระแสน้ำแรง เป็นอุปสรรคต่อการทำงานของนักประดาน้ำ มีเพียงผู้เชี่ยวชาญและประสบการณ์สูง 2 คน เท่านั้นที่สามารถดำลงไปถึงซากเครื่องบินที่จมอยู่ก้นทะเลนอกชายฝั่งเกาะ บอร์เนียว โดยขณะนี้ตรวจพบวัตถุขนาดใหญ่ที่คาดว่าเป็นชิ้นส่วนสำคัญของเครื่องบินแล้ว 5 ชิ้น หนึ่งในนั้นคาดว่าเป็นส่วนหางของเครื่อง นายสุปรียาดี เจ้าหน้าที่ของบาซาร์นาสเผยว่า กำลังประเมินสภาพอากาศเพื่อวางแผนการกู้ซากเครื่องบินขึ้นมา

แหล่งที่มา  :  เดลินิวส์

Source: อินโดฯสั่งพักงานจนท.รู้เห็นคิวแซด8501ขึ้นบินนอกตาราง